แมวน้อยหัวใจใหญ่ 'Tama' นายสถานีแมวตัวแรกของโลก

รู้หรือไม่...มีบริษัทนึงในโลกที่ให้แมวดำรงตำแหน่งผู้บริหารในองค์กร ใช่ครับบ ทุกท่านอ่านไม่ผิด แมวที่ว่าหมายถึง "เจ้าเหมียว" ที่หลายคนรักนั่นเอง
บริษัทนี้มีชื่อว่า Wakayama Electric Railway อยู่ที่เมืองวาคายามะ (Wakayama) ประเทศญี่ปุ่น ส่วนเจ้าสี่ขาก็มีชื่อว่า "ทามะ" สัตว์ตัวแรกที่มีตำแหน่งระดับสูงในองค์กรและสร้างปรากฏการณ์ระดับประเทศ
นี่หล่ะนะจึงเป็นสำนวนว่า สัตว์หน้าขน ไว้ใจไม่ได้ ฉไหนแมวจึงมาเบียดแย่งชิง ฅ คน ไปเป็นใหญ่ มนุษย์ยอมได้อย่างไร ลองมาฟังเรื่องราว inspiration ที่แมวด้วยกันควรต้องอ่านครับ! (อิหยังหล่ะนี่555)
เรื่องราวเริ่มต้นที่เมืองชนบท Kinokawa จังหวัดวาคายามะ มีรถไฟสายสั้นๆชื่อว่า Kishigawa Line ที่มีระยะทางทั้งเส้นประมาณ 14 km รวม 14 สถานี ถือเป็นอีกเส้นทางเก่าแก่ เพราะเปิดใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 1916 โดยคนนิยมใช้บริการหลักๆเสมือนเป็น เส้นทางแสวงบุญ มาไหว้ศาลเจ้าชื่อดังของภูมิภาคนี้ครับ
Dr. Tsujimoto (รองศาสตราจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยวาคายามะ) เขียนกรณีศึกษาเรื่องระบบขนส่งสาธารณะในพื้นที่ต่างจังหวัดไว้ละเอียดยิบ แต่พอสรุปได้ว่าจากความเจริญตามยุคสมัย ถนนค่อยๆเปิดเพิ่ม คนมีรถส่วนตัวกันมากขึ้น ทำให้จำนวนคนใช้รถไฟลดลงอย่างมีนัยยะ
ทำให้ในปี 2004 บริษัท Nankai Electric Railway ที่ดูแลอยู่ ณ เวลานั้น ตัดสินใจประกาศว่าจะปิดเส้น Kishigawa Line หลังจากที่เปิดมานานถึง 90 ปี
ชุมชนตามเส้นรถไฟจึงไม่ยอม อยากให้นำรถไฟเส้นนี้กลับมา ช่วยกันกดดันรัฐบาลท้องถิ่น มีนักวิชาการ และสมาชิกกลุ่มจำนวนมากกว่า 5,500 คน จนสุดท้ายปี 2005 มีสื่อใหญ่ในประเทศอย่าง NHK ทำข่าวเรื่องนี้ช่วยสร้างแรงกระเพื่อมมหาศาลใส่ฝั่งรัฐ
รัฐบาลท้องถิ่นจึงอยู่เฉยไม่ได้อีกต่อไป ทำการเปิดประมูลหาบริษัทเอกชนมาบริหารแทน (รูปแบบรัฐวิสาหกิจร่วมดำเนินงาน) สุดท้ายบริษัทที่เข้าวินก็คือ Okayama Electric Tramway (บริษัทในเครือของ Ryobi Group *ทำธุรกิจดังเรื่องขนส่ง รถบัส เรือเฟอร์รี่) นำไปสู่การก่อตั้งบริษัทย่อยมาโฟกัสเส้น Kishigawa Line โดยตรงอีกทีก็คือ Wakayama Electric Railway Co., Ltd. มารับช่วงการดำเนินงานแบบ official ประกาศสาธารณะกันในเดือน เม.ย. 2006
สิ่งแรกที่ Wakayama Electric Railway ทำก็คือการ "ลดต้นทุน" ลดพนักงานในหลายสถานีลง สถานีปลายทางอย่าง Kishi Station ก็เลิกจ้างนายสถานี บวกกับมีการพัฒนาที่ดินบริเวณสถานีควบคู่กันไปด้วย ทำให้ไปกระทบกับที่ดินข้างๆ ซึ่งเป็นที่อยู่ของแมวจรกลุ่มหนึ่ง
นางเอกของเรามาแล้วว...หนึ่งในแมวจรที่ว่าก็คือ "Tama" แมวเพศเมียอายุ 7 ปี ที่มีเอกลักษณ์ตรงสีของมัน เรียกกันว่า "Calico"
Calico เป็นศัพท์บัญญัติประเภทสีชนิดนึงของแมวในโลกเราเลยนะครับ เรียกง่ายๆก็คือ แมวสามสี นั่นเอง (พันธุ์ใดก็ได้) แต่ใช่ว่าจะสีใดก็ได้ Calico แท้จะต้องเป็นสีขาว ดำ และ ส้ม (หรือแบบเจือจางจะเป็น เทา ครีม และสีขาวครับ) ซึ่งเจ้าสีส้ม กับ ดำ เนี่ยย จะลิ้งค์กับโครโมโซม X เป็นหลัก (X = หญิง | Y = ชาย) อีกซึ่งคือด้วยความที่ Calico (คำซ้ำจนลายตากันไหมนะ555) จะต้องมีอย่างน้อยทั้งสีส้ม และ ดำ นั่นทำให้ 99.9% จะต้องเป็นแมวตัวเมียอย่างแน่นอน ฟันธง!! จากการศึกษาเรื่องนี้ ทำให้ได้ความรู้วิทย์เสริมมาด้วย ดีอย่างนี้นี่เอง แต่ 0.1% มีโอกาสเป็นเพศผู้เช่นกันนะครับ เค้าเลยบอกว่า Calico ตัวผู้นั้นสุดแสนจะแรร์ไอเทม ไม่แน่ว่าบังเอิญท่านไหนเลี้ยงน้องตรงลักษณะนี้อยู่นั่นคือที่สุดเลยหล่ะนะ555 (แต่ก็มีลูกยากเช่นกัน)
กลับมากันต่อครับ >.<...Tama ถูกเอ็นดู และให้อาหารโดยเจ้าของร้านชำข้างสถานี Kishi ซึ่งเป็นคนเข้าไปหา Mitsunobu Kojima ประธานของบริษัท Wakayama Electric Railway เองโดยตรงในวันพิธีรำลึกเนื่องในโอกาสเปิดเส้นทางรถไฟฟ้าวาคายามะ และขอให้คุณ Kojima ช่วยรับแมวจรเหล่านี้ไปเลี้ยงที่สถานีแทน เพราะตนจะต้องย้ายออกด้วยเหมือนกัน
"เมื่อท่านประธานได้พบกับแมวเหล่านั้นเข้า เขารับรู้ได้ถึงสายตาของทามะในความแน่วแน่ไม่แพ้พนักงานคนใดของเขา จะเรียกว่าเป็นสัญชาตญาณทางธุรกิจของเขาก็ได้ค่ะ เขาจึงตัดสินใจให้ทามะอยู่ที่สถานีคิชิในฐานะนายสถานี และให้แมวอีกสองตัวเป็นผู้ช่วยของเธอ" นี่คือคำพูดที่คุณ Yamaki Yoshiko (PR ของบริษัท Ryobi Group) กล่าวเอาไว้
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย...ตามความเชื่อของวัฒนธรรมญี่ปุ่น แมวสามสีเป็นแมวแห่งความโชคดีและเป็นที่มาของสัญลักษณ์ "แมวกวัก" นำโชคลาภ ยิ่งถ้าใครได้พบแมวสามสีตัวผู้จะถือว่าโชคดีกันสุดๆ
ม.ค. 2007 ทามะจึงถูกแต่งตั้งเป็นนายสถานี (Station Master) ของสถานี Kishi อย่างเป็นทางการ เป็นนายสถานีแมวตัวแรกที่โลกเคยมีมา
หลังจากเริ่มทำงาน ข่าวและภาพของนายสถานีแมวเหมียวจึงเริ่มกระจายออกไป เป็นแม่เหล็กดูดทั้งสื่อมวลชน และคนจากทั่วญี่ปุ่นมาขึ้นรถไฟกันมากมาย เกิดเป็นกระแสความนิยมแมวอย่างที่ไม่เคยมีในประเทศมาก่อน
หน้าที่ของทามะในแต่ละวันก็คือ คอยทักทายและส่งผู้โดยสารจากบนโต๊ะที่ตั้งไว้ข้างประตูตรวจตั๋ว หรือจากในออฟฟิศ...ใช่ครับ ทามะมีออฟฟิศเฉพาะของตัวเอง ดัดแปลงมาจากบูธขายตั๋ว มีตั้งกระบะทรายและที่นอนไว้ภายในตู้กระจก แถมยังคอยเป็นตัวแทนของทางรถไฟและปรากฏตัวในสื่อประชาสัมพันธ์ / Event กิจกรรมวันพิเศษต่างๆมากมาย
ในส่วนของ "เงินเดือน" ทามะจะได้กินอาหารแมวฟรีตลอดชีพนั่นเอง เรื่อง Career Path ก็ไม่ธรรมดา องค์กรญี่ปุ่นมีโครงสร้างบริหารแบบ Shikkoyakuin (*พื้นที่ให้ผู้นำรุ่นใหม่หากมีผลงานดี จะมีโอกาสได้ตำแหน่งระดับสูงได้) และมองทามะเป็นพนักงานจริงๆคนหนึ่ง ลองมาไล่เลียงดูกันครับ
- เม.ย. 2007 ได้รางวัลนายสถานีดีเด่น (หลังทำงานได้ 3 เดือน)
- ม.ค. 2008 นายสถานีรถไฟกิตติมศักดิ์
- ต.ค. 2008 ได้รับยศอัศวินจากผู้ว่าราชการจังหวัด จากผลงานด้านการท่องเที่ยว
- ม.ค. 2009 เจ้าหน้าที่บริหาร (Executive Officer) *สัตว์ตัวแรกที่เป็นผู้บริหารในบริษัทญี่ปุ่น
- ม.ค. 2011 เจ้าหน้าที่บริหารระดับสูง (Managing Executive Officer) *ฉลองครบรอบ 4 ปีของการทำงาน
- ม.ค. 2013 ประธานกิตติมศักดิ์ (Honorary President) *เทียบเท่าตำแหน่งสูงสุดของระบบ Shikkoyakuin
- มิ.ย. 2015 ???
จะเห็นว่าทามะเลื่อนขั้นได้เร็วมาก เพราะถ้าว่ากันตามผลงานแล้ว ก็เถียงไม่ได้จริงๆ...ปี 2008 Prof.Katsuhiro Miyamoto ศาสตราจารย์ประจำคณะบัญชี มหาวิทยาลัยคันไซ ทำการศึกษาไว้ว่า ภายใน 1 ปีแรก ทามะสร้างรายได้ให้กับเศรษฐกิจท้องถิ่นเป็นเงินกว่า 1.1 พันล้านเยน (8.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) กระจายสู่หลายส่วนในชุมชน ทั้งตั๋วรถไฟ, ร้านค้าในสถานี (ของที่ระลึก ขนม คาเฟ่ ทำเป็นรูปทามะทั้งหมด), และสวนผลไม้ท้องถิ่นโดยเฉพาะในช่วงฤดูสตรอว์เบอร์รีและพีช (ภูมิภาค Kinokawa ขึ้นชื่อเรื่องสวนผลไม้ครับ)
เรียกว่าไม่ใช่แค่การประชาสัมพันธ์ที่ดีอย่างเดียว แต่เป็นกลไกทางเศรษฐกิจที่พิสูจน์ได้ จากเหตุการณ์นี้ทำให้นักวิชาการญี่ปุ่นถึงกับตั้งชื่อเรียกให้ปรากฏการณ์นี้ว่าเป็น "เศรษฐศาสตร์แมว" (Nekonomics | Cat-economics)
คือถ้าจะเทียบกันขำ ๆ เราสามารถลองนำเงิน 1,100 ล้านเยนที่แมวตัวหนึ่งสร้างขึ้น ไปเปรียบเทียบกับผลประกอบการของบริษัทมนุษย์ในญี่ปุ่นช่วงนั้น ก็ชนะผลกำไรของบริษัทระดับกลาง-ใหญ่ในตลาดหุ้นมากมาย หรือสูงกว่าค่าตัวของซีอีโอมนุษย์ระดับโลกคนไหน ๆ ในญี่ปุ่นเวลานั้นหลายเท่าตัวเลยทีเดียว (*ปี 2007 CEO ของ Toyota หรือ Sony ได้รับเงินเดือนและโบนัสรวมกันเฉลี่ย 100 - 300 ล้านเยน /ปี) *อ้างอิงข้อมูลจาก Curious Cat Management Blog
Ryobi Group X Eiji Mitooka
อีกหนึ่งชื่อที่สำคัญในเรื่องราวนี้ก็คือคุณ Eiji Mitooka ครับ แกเป็นใคร? เค้าคือเจ้าของสตูดิโอ Don Design Associates สตูดิโอออกแบบชั้นนำของญี่ปุ่น และเป็นนักออกแบบอุตสาหกรรมและรถไฟชื่อดัง (ผลงานเด่นๆคือ Kyushu Shinkansen line ในปี 2004) ที่อาจจะบอกได้เลยว่าชื่อเสียงส่วนใหญ่ของกลุ่มบริษัท Ryobi ในวงการรถไฟ มาจากการร่วมมือกับคุณ Mitooka
1.ปี 2006 The Strawberry Train (Ichigo Densha) นี่คือต้นแบบของขบวนรถไฟธีมต่างๆ ในภายหลังทั้งหมดครับ หลังจากตั้งบริษัท Wakayama Electric Railway สิ่งแรกที่ทำนอกจากลดต้นทุน คือการจ้างคุณ Mitooka ออกแบบธีมรถไฟสตอร์เบอร์รี่ให้เป็นเรือธง เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวก่อนจะเจอ Tama ซะอีก (ตั้งใจโปรโมทฟาร์มสตอเบอร์รี่ขึ้นชื่อรอบสถานี เวลารถไฟเข้า-ออก จะมีเปิดเพลง "Strawberry Fields Forever" - The Beatles กันด้วย)
2.ปี 2007 The Toy Train (Omocha Densha / OMODEN) ภายในตกแต่งด้วยไม้ดิบ และมีตู้เกมกาชาปองจริงๆอยู่ภายในตู้รถไฟ
3.ปี 2009 Tama Train (Tama Densha) ภายในตกแต่งด้วยพื้นไม้โบราณและชั้นวางหนังสือเด็ก เวลาประตูเปิดออกในแต่ละสถานี จะมีเสียงแมวร้อง "เมี๊ยว!" ออกมาจากลำโพง (อัดจากเสียงทามะจริงๆด้วยนะ >.<)
4.ปี 2010 ปรับโฉมโครงสร้างอาคารสถานีรถไฟคิชิใหม่ทั้งหมด ออกแบบให้มีลักษณะคล้ายใบหน้าแมวยักษ์
5.ปี 2016 The Umeboshi Train (Pickled Plum Train) รถไฟสีลูกพลัม ดีไซน์เพื่อเชิดชูอีกหนึ่งผลผลิตที่สำคัญในจังหวัดครับ (ตกแต่งภายในด้วยฉากกั้นกระดาษวาชิแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม มู่ลี่ไม้ไผ่ และเพดานไม้)
6.ปี 2018 เปิดตัวรถไฟรุ่น The Chuggington Train (Okaden Chuggington) ที่ตกแต่งพิเศษไม่เหมือนขบวนอื่นๆก่อนหน้า เพราะเป็นลักษณะ "wrap" ภายนอกเป็นลายเพื่อโปรโมทรถไฟของบริษัทในเครือ (Okayama Electric Tramway) ที่เปิดตัวใน Okayama ในปี 2019 ครับ
7.ปี 2021 Tama Train Museum (Tama Densha Museum-go) มาแทนที่ของ Toy Train ดีไซน์ภายใน และภายนอกเป็นธีมใหม่ทั้งหมด เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ทามะ
*ปี 2024 สถานีเปิดตัวรถไฟ The Animal Welfare Train (Dōbutsu Aigo Densha) wrap สีขาว-เขียว ลายน้องหมา น้องแมว เฉพาะข้างนอกเช่นกัน เป็นความร่วมมือกับกลุ่มช่วยเหลือและคุ้มครองสัตว์ท้องถิ่นของวาคายามะ (*ไม่ใช่การดีไซน์ของ Mitooka) แต่ขอใส่ไว้ด้วยเพราะถือเป็นอีกขบวนในสายเดียวกันครับ จุดประสงค์ก็เพื่อรณรงค์ส่งเสริมการตระหนักรู้เกี่ยวกับการคุ้มครองสัตว์นั่นเอง
สรุปแบบอัพเดท มิ.ย.2026 ให้นะครับว่าถ้าทุกวันนี้เราไปใช้บริการเส้น Kishigawa Line เราจะเจอธีมรถไฟแบบไหนบ้างง...
รถไฟ 4 แบบของคุณ Mitooka (Strawberry, Tama Densha, Umeboshi, และ Tama Train Museum) มาครบ บวกกับอีก 2 ขบวนโปรโมทอีเว้นพิเศษอย่าง Chuggington และ Animal Welfare และ! ยังมีรถไฟขบวนปกติที่ไม่มีติดธีม หรือ wrap อะไรเลยด้วยเช่นกันนะ...เค้าบอกว่าโดยปกติแต่ละวันจะมีแค่ 3-4 ธีมที่ออกมาวิ่ง (ที่เหลือจอดอู่เพื่อ maintenance สลับกัน) เพราะฉะนั้นหากเราแพลนจะไปเที่ยว หรืออยากไปดูขบวนไหนเป็นพิเศษ แนะนำเช็คเวลาออกทำงานของแต่ละขบวนได้ที่เว็บทางการจากลิ้งค์นี้ได้อีกทีครับ Wakayama Electric Railway Timetable
แน่นอนว่าดังขนาดนี้ เรื่องของทามะก็ไปเข้าตาสื่อ และนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วยเช่นกัน ทำให้ทั้ง (UK) BBC, The Guardian, (USA) CNN, NPR, (Germany) Deutsche Welle (DW), (Singapore & Hong Kong) The Straits Times, South China Morning Post (SCMP) และอีกมากมาย เดินทางมาทำ scoop หรือเขียนถึงปรากฎการณ์ครั้งนี้กันไปทั่วโลก นักท่องเที่ยวฝั่งตะวันตกก็อยากมาลองนั่งรถไฟ และเจอทามะกันทั้งนั้น
บริษัท Wakayama Electric Railway ก็มีสร้างบัญชี X (*ชื่อเก่าคือ Twitter) ของทามะในปี 2009 หลักๆเพื่อใช้โปรโมทการท่องเที่ยว และอัปเดตชีวิตประจำวันของน้อง ให้นักท่องเที่ยวรีทวีต หรือถ่ายภาพแท็กมาลงโชว์ความน่ารักของทามะกันมากมาย ปัจจุบันมียอดผู้ติดตามกว่า 99,000 คน และยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ (ชื่อบัญชี: @ekichoTAMA)
ในปีเดียวกัน ทามะได้เข้าไปอยู่ในหนังเรื่อง "The Cat Way" (La voie du chat) ของผู้กำกับ Myriam Tonelotto กันด้วยครับ เป็นสารคดีแนว 2D แอนิเมชั่น-ผสม live action ร่วมมือกันระหว่างฝรั่งเศส-เยอรมัน ออกฉายใน TV ไปหลายประเทศในยุโรป ถึงแม้จะเป็น niche เฉพาะกลุ่ม และเป็นหนังทุนต่ำ (มีรีวิวหาดูได้ในเว็บวิจารณ์หนัง IMDB ด้วยหล่ะ) แต่จากโปรเจกต์นี้ถือว่าช่วยสร้างชื่อให้กับคุณ Tonelotto ไปต่อยอดได้ทำเรื่องต่อๆไปในเวลาต่อมาครับ *Plot: หนังจะพาไปดูเรื่องราวแมวจากหลายประเทศ, ตั้งคำถามเชิงปรัชญา-กระจกสะท้อนเสรีภาพของมนุษย์
แต่วันที่รู้ว่าจะต้องมาถึงสักวัน ก็มาถึง...ทามะจากโลกนี้ไปในวัย 16 ปี ในวันที่ 22 มิ.ย. 2015 ด้วยโรคหัวใจล้มเหลว และได้รับตำแหน่ง "นายสถานีกิตติมศักดิ์ตลอดกาล" (Honorary Permanent Station Master) ตำแหน่งสุดท้ายที่บริษัท Wakayama Electric Railway มอบให้เพื่อเป็นเกียรติแก่ทามะที่ช่วยกู้สถานการณ์บริษัทจากภาวะล้มละลายจนกลับมามีกำไร
神道 (shinto) แปลว่า "วิถีแห่งเทพเจ้า" คือ ความเชื่อดั้งเดิมและศาสนาพื้นเมืองของญี่ปุ่นที่ไม่มีศาสดาหรือคัมภีร์ตายตัวครับ เน้นการอยู่ร่วมกับธรรมชาติและการเคารพ "คามิ" (Kami) ที่ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่ามีเทพเจ้าสถิตอยู่ในทุกสรรพสิ่ง ex.ภูเขา, ต้นไม้, ปรากฏการณ์ธรรมชาติ, สิ่งของต่างๆ
ทำให้ตำแหน่ง (หรือไร้ตำแหน่ง ไร้ตัวตน) พิเศษสุดท้ายจริงๆของทามะ ถูกยกให้เป็น "god" หรือเทพีแห่งการรถไฟวาคายามะ ถ้าเราไปสถานีคิชิทุกวันนี้ จะมีศาลเจ้าทามะตั้งอยู่ข้างต้นไม้ที่ประธาน Kojima เคยให้สัมภาษณ์กับทาง CNN ไว้ว่า ทามะชอบมาดูดอกซากุระ มองรถไฟและสถานีคิชิจากจุดนี้เป็นประจำ ชาวบ้านจึงเชื่อกันว่า "คามิ" ของทามะยังคอยปกป้องผู้มาเยือนสถานีรถไฟจนถึงทุกวันนี้นั่นเอง
Google เองก็มีร่วมสดุดี และทำ Google Doodle (*โลโก้ของ Google บนหน้าแรกที่จะเปลี่ยนรูปชั่วคราวตามเหตุการณ์ หรือวันสำคัญครับ) ไว้ว่า "Happy birthday to the worlds first feline stationmaster!" (สุขสันต์วันเกิดให้กับนายสถานีแมวเหมียวตัวแรกของโลก!) ขึ้นมาในวันที่ 29 เมษายน 2017 หรือวันเกิดครบรอบ 18 ปีของทามะ เพื่อเป็นเกียรติแก่แมวสถานีรถไฟผู้โด่งดังแห่งสถานีคิชิ หลังจากที่มันได้สร้างรอยยิ้มและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นไว้
อีกหนึ่งเรื่องที่ใหญ่ที่สุดหลังงานศพ และการไว้ทุกข์เป็นเวลา 50 วัน ตามความเชื่อของชินโต ก็คือการหาผู้สืบทอด
จริงๆก่อนหน้านี้ในไทม์ไลน์เดียวกัน ไม่ได้เล่าเรื่องของแมวอีกหนึ่งตัวครับ (เพราะรายละเอียดเยอะเหลือหลาย จะตัดก็ทำไม่ลง ไม่ตัดก็โดนว่าแล้วนี่หล่ะนะ T_T) น้องทำงานอยู่ที่สถานี Idakiso ห่างออกไปอีก 5 ป้ายจากสถานีคิชิ เป็นเวลา 1 ปี ก่อนจะถูกดึงตัวมาเป็นรองหัวหน้าสถานี หรืออยู่ภายใต้บังคับบัญชาของทามะในปี 2012 เรียกว่าเป็นเด็กฝึกงานกับอาแจ้โดยตรงได้เลย
"นิทามะ" (Nitama) แมวสามสีเพศเมีย เกิดที่เมือง Okayama ห่างออกไปจากจังหวัดวาคายามะ 250 กม. ถูกบริษัท Okayama Electric Tramway (บริษัทแม่ของ Wakayama Electric Railway) เก็บมาเลี้ยง และพาเข้าโรงเรียนฝึกอบรมนายสถานีแมวของบริษัท Okayama เองโดยตรง เพื่อฝึกนายสถานีแมวเหมียวรุ่นต่อๆไป
น้องแมวที่ไปโรงเรียนจะได้ใช้เวลาร่วมกับนักท่องเที่ยวเป็นหลักครับ ส่วนเกณฑ์ประเมินของบริษัทก็มีแค่เรื่อง 1.ทัศนคติที่ผ่อนคลายในการทำงานร่วมกับผู้คนหลายแบบ และ 2.ที่สำคัญคือน้องเต็มใจที่จะสวม "หมวก" นั่นเอง
Hitofumi Ino ผู้เป็นโฆษกของ Ryobi Group ให้สัมภาษณ์กับทาง CNN ไว้ว่า "นิทามะไม่ได้รังเกียจการสวมหมวกครับ"
ส่วนทางประธาน Kojima ก็ให้สัมภาษณ์ไว้เช่นกันว่า
"เหตุผลที่ผมแต่งตั้งนิทามะเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากทามะ ก็เพราะเธอมีประสบการณ์การสอนจากทามะโดยตรงครับ"
"ทามะเป็นแมวที่อ่อนโยนและไม่ค่อยโกรธนัก แต่เธอก็เข้มงวดกับนิทามะผู้ใต้บังคับบัญชาของเธอเสมอ"
นั่นทำให้ นิทามะ มีคุณสมบัติครบทุกประการ และถูกแต่งตั้งเป็นนายสถานีรุ่นที่สอง (a.k.a.Tama 2) ของสถานีคิชิในเดือน ส.ค. 2015
ความนิยมของ นิทามะ ไม่ได้ลดลงจากตอนทามะนักครับ ถึงแม้ว่าในช่วงปี 2020-2022 จะเจอวิกฤต COVID-19 ทำให้ขาดทุนไปเยอะ แต่หลังกลับมาจัดอีเว้น กิจกรรมได้ปกติก็กลับมาดีขึ้น
ไอเดียของคุณ Kojima คือ "การส่งเสริมและจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งสำคัญ" ทำให้มีการฟอร์มทีม Kishigawa Line Operational Committee ทำงานร่วมกันกับ จังหวัดและเมือง Wakayama รวมถึงเมือง Kinokawa ประชุมกันเดือนละ 1 ครั้ง วางแผนจัดกิจกรรมต่างๆในชุมชนไม่ให้ซ้ำกันในทุกปี โดยมีนายสถานีแมวเหมียวร่วมด้วย เพื่อให้ความนิยมในตัวแมว และสื่อท้องถิ่นยังคงอยู่ ไม่เบื่อคอนเทนต์เดิมๆกันไปซะก่อน
ก.พ. ปี 2023 หนึ่งในงานแฟชั่นโชว์ที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นอย่าง Tokyo Girls Collection มาจัดที่เมืองวาคายามะ โดยก่อนงานจะเริ่ม มีการจัดรันเวย์ที่สถานีคิชิให้นิทามะเดินลงมาตามบันไดของสถานี เค้าใช้คำว่า "meow-way" (nyan-way) เพื่อโปรโมทแบบน่ารักกันสุดๆ
พ.ค. ปีเดียวกัน นิทามะ เป็นแบรนด์แอม (ambassador) ให้กับสถานีตำรวจจังหวัดวาคายามะ เพื่อรถรงค์ในการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศและการแอบถ่ายใต้กระโปรงบนรถไฟ
นิทามะ จากไปในวัย 15 ปี วันที่ 20 พฤศจิกายน 2025 เมื่อเร็วๆนี้เองนะครับ และได้รับตำแหน่งเชิดชูสุดท้ายเป็น "Honorary Special Stationmaster" (นายสถานีกิตติมศักดิ์พิเศษ) *ก่อนหน้านี้ได้เลื่อนขั้นเป็น "นายสถานีขั้นพิเศษ" ปี 2021 และ "รักษาการประธาน" ปี 2022 โดยวิญญาณของนิทามะถูกจารึกไว้เคียงข้างกันกับทามะ ที่ศาลเจ้าทามะ สถานีคิชิ
ถ้าทุกวันนี้เราไปที่สถานีคิชิ จะมีผู้สืบทอดรุ่นต่อไปกันมาเรียบร้อยแล้ว คือเจ้า Yontama (Tama 4) และ Rokutama (Tama 6) ทำงานตามรอยเท้ารุ่นพี่กันต่อไป
Yontama (ยอนทามะ) ปัจจุบันอายุ 10 ปี เป็น "หัวหน้าสถานี" ถูกค้นพบความสามารถจากในโรงเรียนที่ Okayama และทำงานที่สถานี Idakiso (ที่จะว่าไปเหมือนเป็นสถานีฝึกหัด ก่อนเตรียมมารับตำแหน่งต่อที่คิชิก็ว่าได้ครับ) ตั้งแต่ปี 2018 และโปรโมทมาที่สถานีคิชิ ม.ค. 2026 เป็นหัวหน้านายสถานีรุ่นที่ 3 ต่อจากรุ่นพี่ทามะ และนิทามะ
ส่วน Rokutama (โรคุทามะ) แมวน้องใหม่อายุ 1 ปี ในระหว่างพิธีเปิดตัวแต่งตั้ง ยอนทามะ ในเดือน ม.ค. 2026 ทางรถไฟยังได้แนะนำโรคุทามะที่เป็น "นายสถานีฝึกหัด" คนใหม่ล่าสุด ประจำการที่สถานี Idakiso และจะสลับมาทำที่สถานีคิชิในวันที่ยอนทามะหยุดนั่นเอง (เต็งจ๋า candidate ผู้สืบทอด ยอนทามะ ในอนาคต ^0^)
แมวทุกตัวจะทำงาน 5 วันต่อสัปดาห์ เวลา 10.00-16.00 น. หยุด 2 วัน วันที่หยุดจะมีเจ้าเหมียวตัวอื่นมาสลับกัน เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ยุคทามะกันเลยครับ ส่วนสเก๊ดปฏิทินวันทำงานของน้องแต่ละตัว สามารถดูได้ที่เว็บทางการของ Wakayama Electric Railway Co., Ltd. กันที่นี่ได้เลยครับ https://wakayama-dentetsu.co.jp/#neko (มีตาราง event กิจกรรมให้เช็ค หรือข้อมูลอื่นๆด้วยเช่นกันนะ)
อ้าวว...แล้ว Tama 3 และ Tama 5 หล่ะ? หลายท่านอาจจะสงสัยถึงเลขที่ถูกข้ามไป
น้อง Sun-tama-tama (Tama 3) ทำงานอยู่เช่นกัน เป็นหัวหน้าสถานีรถไฟในเขตนากะ จังหวัดโอคายามะ (ให้กับบริษัทแม่ Ryobi Group) และปรากฏตัวในโซเชียลมีเดียบ้างเป็นครั้งคราว
ส่วน Tama 5 ก็คือ Gotama (โกทามะ) อายุ 5 ปี ผู้ได้รับฉายา "Fukumaneki" (ผู้กวักโชคลาภ) ปัจจุบันเป็นนายสถานี Idakiso ควบตำแหน่ง รักษาการหัวหน้าสถานีคิชิ น้องทำงานเป็นกะ สลับวันหยุดกับพี่ๆ น้องๆระหว่างสถานี Kishi และสถานี Idakiso
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย...หลายท่านอาจจะสงสัย ep.2 (หรือจริงๆแล้วอาจจะไม่เลย ฮ่าๆ)
สังเกตว่าชื่อเจ้าเหมียวทั้งหมดจะคล้ายๆกัน เปลี่ยนแค่คำหน้าเท่านั้น ในภาษาญี่ปุ่นนั้นอธิบายปุ๊บ จบปั๊บกันเลยหล่ะนะ555 คือ Ni (2), San (3), Yon (4), Go (5), และ Roku (6) แต่คำข้างหลัง จริงๆแล้วมีเรื่องน่ารู้ซ่อนอยู่
ในภาษาญี่ปุ่น คำว่า Tama พ้องคำ เขียนได้ 2 แบบหลักๆในภาษาคันจิครับ 1.(玉) แปลว่า ลูกแก้ว, อัญมณี หรือของมีค่า 2.(魂) พ้องความหมายกับคำว่าจิตวิญญาณ หรือพลังชีวิต
ทำให้สื่อถึงได้ว่าเป็น "เจ้าลูกแก้วนำโชค" หรือช่วย "ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย" นั่นเอง
แต่อีกหนึ่งเรื่องราวที่เดาว่าน่าจะตรงที่สุด คือตำนาน "แมวกวักตัวแรกของโลก" ก็ชื่อ Tama
เป็นเรื่องของตำนาน วัดโกโทคุจิ (Gotokuji Temple) ในโตเกียว ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแมวกวัก (Maneki-neko) ทำให้ชื่อ Tama กลายเป็นสัญลักษณ์ของโชคลาภจนถึงทุกวันนี้นั่นเอง (วันหลังเราต้องมาขยายกันแล้วหล่ะ ฮึ่มๆ)
การเดินทางไปที่สถานีคิชินั้นก็ง่ายดายครับ
1.บินไปลงที่สนามบินคันไซ (KIX-โอซาก้า) นั่งรถไฟ JR Kishu Road Rapid Service จากสถานี Osaka หรือ Tennoji มาลงที่สถานี JR Wakayama ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
2.พอถึงสถานี JR Wakayama แล้ว ให้เดินตามป้ายหรือ "รอยเท้าแมว" >0< ไปที่ ชานชาลาที่ 9 (Platform 9) ซึ่งเป็นสถานีต้นทางของรถไฟสาย Wakayama Electric Railway Kishigawa Line
3.แนะนำให้ซื้อตั๋ว Kishigawa Line 1-Day Pass (ราคาประมาณ 800 เยน (ผู้ใหญ่) และ 400 เยน (เด็ก)) ซึ่งคุ้มค่ากว่าการซื้อเที่ยวเดียวมากก (เผื่อเรานั่งเที่ยวได้หลายขบวน ยังไงก็แนะนำว่าต้องดูให้ครบทุกขบวนเลยถ้าเป็นไปได้นะครับ555) สามารถซื้อได้จากเจ้าหน้าที่ประจำสถานี
4.จากนั้นก็ขึ้นขบวนรถไฟธีมต่างๆ นั่งไปจนถึงสถานีปลายทาง Kishi Station ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที
ปัจฉิมบท...จากกระแสของทามะ (Nekonomics) ได้เปลี่ยนมุมมองขององค์กรญี่ปุ่นไปตลอดกาล
ทุกองค์กรตั้งแต่ห้าง, บริษัททั้งที่เกี่ยว / นอกเหนือภาคระบบรางรถไฟ, และหน่วยงานรัฐบาล ต่างเลียนแบบโมเดลของทามะ ด้วยการแต่งตั้งยศตำแหน่งหรูหราให้สัตว์จริง ๆ เพื่อใช้เป็นอาวุธลับทางการตลาดและการ PR สร้างภาพลักษณ์แบรนด์ให้ดูเข้าถึงง่ายขึ้น อีกมุมคือได้เรื่องของ PR ออร์แกนิก เพราะสัตว์เหล่านี้น่ารักโดยธรรมชาติ ทำให้สื่อมวลชนและ Social Media พร้อมจะแชร์ต่อให้ฟรีๆ โดยไม่ต้องเสียค่าโฆษณามหาศาลนั่นเอง
ทามะก็พิสูจน์ให้โลกเห็นแล้วว่าแมวก็ทำงานหาเลี้ยงบริษัทได้จริง แถมต้นทุนมีเพียงแค่อาหารแมวเท่านั้นเอง!
ทิ้งท้ายกันสักนิด กับส่วนหนึ่งของคำที่ชอบเอง เออเอง555 จากผู้กำกับ Myriam Tonelotto ที่เคยมาถ่ายทำหนังมีทามะเป็นนักแสดงเมื่อปี 2009 และส่งจดหมายกลับมาหาทามะเองจริงๆหลังกลับประเทศไปครับ
Tama-chan, I pay tribute to all these achievements. And don't forget to have fun on your days off!!!
Purring from Alsace, in the depths of northeastern France...
August 4, 2010:
Film "Looking for a Cat" directed by
Miriam Tonellot
Source: https://wakayama-dentetsu.co.jp/ (ฝั่งญี่ปุ่นแกใส่ชื่อผู้กำกับ กับหนังไม่ตรง แต่ขอเอาตามต้นฉบับมาก่อนหล่ะนะ)
ปล.(ส่วนคำแปลไม่บอกหรอกนะ >''<)
ปล.2 รูปของ Tama 3-6 พยายามหาให้เต็มที่แล้วแต่ยากมากมายครับ T_T สามารถหาดูได้จากใน X หรือเว็บอ้างอิงข้างล่างนี้จากบางแหล่งได้เช่นกันนะครับ
ข้างล่างนี้ลองแปะ link โปรแกรมทัวร์ที่มีเดินทางไปเที่ยว Kishi Station ให้นะครับ
ทัวร์โอซาก้า เกียวโต วาคายาม่า นายสถานีแมวเหมียว Kishi Station & อิสระ 1 วัน 5 วันอ้างอิง
- https://www.gov-online.go.jp/eng/publicity/book/hlj/html/202202/202202_07_en.html
- https://www.fun-japan.jp/en/articles/12948
- https://www.bbc.com/travel/article/20190522-the-cat-who-saved-a-japanese-rail-line
- https://edition.cnn.com/travel/article/new-cat-stationmaster
- https://japan-forward.com/remembering-tama-why-japans-first-cat-station-master-remains-popular/
- https://www.ejrcf.or.jp/jrtr/jrtr52/10_15.html
- https://www.scmp.com/week-asia/lifestyle-culture/article/3339388/all-aboard-cat-train-japan-railway-gets-new-feline-stationmaster
- https://www.fun-japan.jp/th/articles/11029
- https://www.travelandleisureasia.com/sea/news/japan-appoints-a-calico-cat-as-the-stationmaster/
- https://konan.schoolweb.ne.jp/2310023/weblog/23698950
- https://asiasociety.org/hong-kong/events/design-public-good
- https://www.thesprucepets.com/calico-cats-profile-554694

