ทัวร์นอร์เวย์ แสงเหนือ – Lofoten, Senja, Hamn i Senja, Stamsund – 10 วัน

SKU : 2704-BF0802-240077

฿179,900

คำอธิบายสินค้าแบบย่อ

กิจกรรมจับปูสีน้ำตาล Brown Crab Safari | ชมแสงเหนือ ณ ประภาคาร | เข้าชม Norwegian Aviation Museum เมือง Bodo (ต.ค.69-เม.ย.70 / บิน Thai Airways)

รายละเอียดสินค้า

Summary & Route Overview: ทัวร์นอร์เวย์ แสงเหนือ - Lofoten, Senja, Hamn i Senja, Stamsund - 10 วัน

ทัวร์นอร์เวย์ 10 วัน 7 คืน ดินแดนแห่งฟยอร์ด เทือกเขา และหมู่บ้านชาวประมงท่ามกลางธรรมชาติของเขตอาร์กติก เดินทางจาก Tromsø สู่ Senja และ Lofoten Islands ผ่านภูมิประเทศชายฝั่งอันโดดเด่น พร้อมเปิดประสบการณ์วิถีชีวิตท้องถิ่นและการชม Northern Lights ก่อนปิดท้ายด้วยบรรยากาศเมืองหลวงออสโลครับ

Highlight Trip
  • นั่งเคเบิลคาร์ขึ้น Storsteinen Mountain ชมวิว Tromsø และฟยอร์ดจากมุมสูง
  • เดินทางด้วยเรือเฟอร์รี่ข้ามเกาะ ชมวิวระหว่างทาง 2 รูท (Tromso -> Senja Island / Moskenes (Lofoten) -> Bodo)
  • ชมทิวทัศน์ฟยอร์ดและเทือกเขาบนเส้นทางธรรมชาติของ Senja อาทิจุดชมวิว Tungeneset และ Bergsbotn
  • เข้าพักในเมืองรีสอร์ตชื่อดังของเกาะเซนญา Hamn i Senja พร้อมชมแสงเหนือที่จุดชมชื่อดังอย่างประภาคาร Northern Lights in Lighthouse
  • สัมผัสวิถีชาวประมงบนหมู่บ้านชายฝั่งและชุมชนท้องถิ่นของนอร์เวย์ Gryllefjord
  • เที่ยวหมู่บ้านชาวประมง Stamsund พร้อมนั่งเรือร่วมกิจกรรม Brown Crab Safari เรียนรู้ประเพณีการจับปูของชาวนอร์เวย์
  • เรียนรู้ประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตของชาวไวกิ้งผ่าน Viking Museum
  • เดินชมหมู่บ้านชาวประมงขึ้นชื่อ ทั้ง Nusfjord, Reine, Hamnoy และ Å พร้อมเก็บภาพบ้านชาวประมงและภูเขาริมฟยอร์ด
  • ชมเมืองสำคัญด้านการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในเขตนอร์ดแลนด์ Bodø เข้าชม Norwegian Aviation Museum ชมวิวัฒนาการเครื่องบินของนอร์เวย์
  • เที่ยวชมเมืองหลวง ออสโล (Oslo) และ ช้อปปิ้งเขตอุตสาหกรรมและอู่ต่อเรือเก่าแก่ Aker Brygge ก่อนเดินทางกลับ

Internal Flight: พร้อมบินภายในประเทศ 2 เที่ยว (Oslo - Tromso / Bodo - Oslo)

เส้นทาง: กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) - ออสโล - ทรอมโซ่ - เกาะเซนญา - ฮาร์สตัท - สโวลแวร์ (โลโฟเตน) - เฮนนิงสวาร์ - นัสฟยอร์ด - รีนน์ - โบโด - ออสโล - กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ)

ดูโปรแกรมทัวร์ และรายละเอียดแบบเต็มเพิ่มเติม คลิ๊กปุ่มด้านล่างนี้ได้เลยครับ (Update 26.08.2026)


อัตราค่าบริการ & Itinerary

กำหนดการเดินทาง (Travel Periods) 2569-2570

  • ตุลาคม 2569: 8 - 17 ต.ค. 69 / 15 - 24 ต.ค. 69
  • พฤศจิกายน - ธันวาคม 2569: 27 พ.ย. - 6 ธ.ค. 69
  • ปีใหม่ 2570: 26 ธ.ค. 69 - 4 ม.ค. 70
  • มกราคม 2570: 20 - 29 ม.ค. 70
  • กุมภาพันธ์ 2570: 10 - 19 ก.พ. 70
  • มีนาคม 2570: 15 - 24 มี.ค. 70
  • เมษายน 2570 (สงกรานต์): 10 - 19 เม.ย. 70
อัตราค่าบริการ (บาท)ต.ค. 69 - มี.ค. 70ปีใหม่ / สงกรานต์
ราคาผู้ใหญ่พักห้องคู่หรือ เด็ก 1 ท่านพักกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน179,900189,900
พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ40,00045,000
เด็กอายุ 2-11 ปี (เสริมเตียง พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน)174,900184,900
ชั้นธุรกิจเพิ่มเงินจากราคาทัวร์ (TG) เริ่มต้นที่ท่านละ
(ราคาสามารถยืนยันได้ก็ต่อเมื่อที่นั่ง confirm เท่านั้น)
100,000 - 170,000
ไม่เอาตั๋วเครื่องบิน BKK-OSL-BKK (TG) หักค่าตั๋วคืน30,00035,000

ราคาทัวร์ข้างต้น ยังไม่รวม

  • - ค่าธรรมเนียมวีซ่า และ ค่าบริการยื่นขอวีซ่า 5,000 บ. /ท่าน

สรุปรายการอาหาร & โรงแรมที่พัก

วันที่เช้ากลางวันเย็นโรงแรมที่พัก (Hotel) / เที่ยวบินช้อปปิ้ง
1---
  • นัดพบ สุวรรณภูมิ 22.00 น.
  • บินออก 00.05 น. (Day 2)
  • ถึง Oslo 07.25 น. (Day 2)
-
2[เที่ยวบิน]มื้อทานเองอิสระ สนามบินออสโล
(ระหว่างรอต่อเครื่องบินภายใน)
ทานกับทัวร์Scandic Grand Tromso
หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐
บริเวณท่าเรือและถนนคนเดิน
(Walking Street) - เมืองทรอมโซ่
3ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์Hamn i Senja
หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐
-
4ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์Thon Hotel Lofoten
หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐
-
5ทานกับทัวร์พิเศษ! ทานปูสีน้ำตาล
Brown Crab
ทานกับทัวร์Thon Hotel Lofoten
หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐
-
6ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์Reine Rorbuer - by Classic Norway Hotels
หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐
(พักสไตล์บ้านพักตากอากาศ / หมู่บ้านชาวประมง
บ้าน 1 หลังจะมี 2 ห้องนอน และใช้ห้องน้ำเดียวกันครับ)
-
7แบบ Breakfast Boxทานกับทัวร์ทานกับทัวร์Thon Hotel Nordlys
หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐
-
8ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์Quality Airport Hotel Gardermoen
หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐
ย่านอาเคอร์ บรึกเกอ (Aker Brygge)
- กรุงออสโล
9ทานกับทัวร์[เที่ยวบิน][เที่ยวบิน]
  • บินออก สนามบินออสโล 13.45 น.
  • ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ 06.15 น. (Day 10)
-
10[เที่ยวบิน]----

ตารางการเดินทางรายวัน (Daily Itinerary)

วันที่ 1: กรุงเทพมหานคร (สนามบินสุวรรณภูมิ)

  • 22.00 น. คณะผู้เดินทางพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก แถว D ประตูทางเข้าที่ 3-4 เคาน์เตอร์สายการบินไทย (Thai Airways) โดยมีเจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวก
  • อาหาร: - / - / -
  • ที่พัก: -

วันที่ 2: ออสโล - ทรอมโซ่ - เที่ยวชมเมือง

  • 00.05 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินออสโล (Oslo Airport) ประเทศนอร์เวย์ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG954 (สายการบินมีบริการอาหารค่ำและอาหารเช้าบนเครื่อง ใช้เวลาบินประมาณ 12.20 ชม.)
  • 07.25 น. เดินทางถึงสนามบินออสโล นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร
  • 09.30 น. เช็คอินสายการบิน Norwegian Airlines บินภายในประเทศ
  • 12.30 น. ออกเดินทางจากสนามบินออสโล สู่สนามบินทรอมโซ่ (Tromsø Airport) โดยสายการบิน Norwegian Airlines เที่ยวบิน DY370
  • 14.30 น. เดินทางถึงสนามบินทรอมโซ่
  • เมืองทรอมโซ่ (Tromsø) [เดินทางเข้าสู่] เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงซึ่งตั้งอยู่ในเขตมณฑลทรอม เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเขตอาร์กติกเซอร์เคิล
  • ท่าเรือ (Harbor) และ ถนนคนเดิน (Walking Street) [เดินชม/อิสระช้อปปิ้ง] ชมสถาปัตยกรรมอาคารบ้านไม้เก่าแก่ที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีสันฉูดฉาด และอิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย
  • มหาวิหารอาร์กติก (Arctic Cathedral) [เข้าชม] มหาวิหารที่สร้างในรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ได้รับแรงบันดาลใจจากภูมิทัศน์ภาคเหนือ สร้างขึ้นในปี 1965
  • อาหาร: เช้า (บนเครื่อง) / กลางวัน (อิสระตามอัธยาศัยภายในสนามบิน) / ค่ำ (ณ ภัตตาคารจีน)
  • ที่พัก: Scandic Grand Tromso ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐

วันที่ 3: ทรอมโซ่ - เกาะเซนญา - เมฟยอร์ดโบทน์ - ตุงเกอเนสเซท

  • เช้า: ยอดเขาสโตรสไตเนิน (Storsteinen Mountain) [ใช้บริการ/เข้าชม] สัมผัสประสบการณ์การนั่งเคเบิลคาร์สู่ยอดเขาที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองทรอมโซ่จากมุมสูงได้อย่างชัดเจน
  • 14.00 น. ท่าเรือเบรนส์โฮลเมน (Brensholmen) [แวะถ่ายรูป/เปลี่ยนยานพาหนะ] ขึ้นเรือเฟอร์รี่ข้ามฟาก
  • 14.35 น. เกาะเซนญา (Senja Island) [เดินทางเข้าสู่] เกาะที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของนอร์เวย์ ตั้งอยู่เหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล เต็มไปด้วยแนวฟยอร์ดและเทือกเขาที่สวยงาม
  • จุดชมวิวเมฟยอร์ดโบทน์ (Mefjordbotn) [แวะถ่ายรูป] เส้นทางฟยอร์ด 1.9 กิโลเมตรที่มีแนวเทือกเขาสลับซับซ้อนสวยงาม และมีหมู่บ้านชาวประมงสีสันสดใส
  • ตุงเกอเนสเซท (Tungeneset) [แวะถ่ายรูป] ทางเดินเลียบชายทะเลในสถาปัตยกรรมนอร์ดิก ชมวิวเทือกเขาโอคชอร์นัน (Okshornan) ที่มีลักษณะคล้ายหลังก็อตซิลล่า
  • จุดชมวิวเบิร์กโบทน์ (Bergsbotn) [แวะถ่ายรูป] จุดชมวิวสะพานไม้ยาว 44 เมตร ที่รายล้อมด้วยขุนเขาและเปิดรับวิวเบิร์กฟยอร์ด (Bergsfjord) เบื้องล่างแบบพาโนรามา
  • อ่าวแฮมน์ไอเซนญา (Hamn i Senja) [เดินทางเข้าสู่] เมืองรีสอร์ทชื่อดังฝั่งตะวันตกของเกาะเซนญา
  • หลังอาหารค่ำ: กิจกรรมชมแสงเหนือ (Northern Light in Lighthouse) [เข้าชม/ร่วมกิจกรรม] สัมผัสประสบการณ์ล่าแสงเหนือในพื้นที่ที่ท้องฟ้าโล่ง ซึ่งมีโอกาสเห็นแสงเหนือได้เกือบทุกคืน (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ)
  • อาหาร: เช้า (ณ ห้องอาหารของโรงแรม) / กลางวัน (ณ ภัตตาคารท้องถิ่น) / ค่ำ (ณ โรงแรมที่พัก)
  • ที่พัก: Hamn i Senja ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐

วันที่ 4: เซนญา - เกาะโลโฟเตน - ฮาร์สตัท - สโวลแวร์

  • เช้า: หมู่บ้านชาวประมงกริลล์ฟยอร์ด (Gryllefjord Fishing Village) [แวะถ่ายรูป/เดินชม] หมู่บ้านที่มีประชากรราว 400 คน ชมบ้านเรือนหลากสีสันเรียบชายฝั่งทะเลและฟยอร์ด
  • เมืองฮาร์สตัท (Harstad) [เดินทางเข้าสู่] เมืองทางตะวันออกเฉียงเหนือบนเกาะฮินโนญ่า (Hinnøya) ที่มีภูมิภาคหลากหลายทั้งแนวชายฝั่งฟยอร์ด ฟาร์มโคนม ฟาร์มแกะ และไร่สตรอว์เบอร์รี
  • บ่าย: เมืองสโวลแวร์ (Svolvær) [เดินทางเข้าสู่] เมืองในเขตนอร์ดแลนด์ที่ตั้งอยู่บน หมู่เกาะโลโฟเตน (Lofoten Islands) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเกาะที่สวยงามราวสวรรค์บนดิน และเป็นจุดชมแสงเหนือที่ยอดเยี่ยมเนื่องจากมีเทือกเขาล้อมรอบ
  • อาหาร: เช้า (ณ ห้องอาหารของโรงแรม) / กลางวัน (ณ ภัตตาคารท้องถิ่น) / ค่ำ (ณ โรงแรมที่พัก)
  • ที่พัก: Thon Hotel Lofoten ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐

วันที่ 5: จับปูสีน้ำตาล (Brown Crab) - พิพิธภัณฑ์ไวกิ้ง - เฮนนิงสวาร์

  • เช้า: สแตมซุน (Stamsund) [เดินทางเข้าสู่] หมู่บ้านชาวประมงในเขตเทศบาล Vestvågøy ห่างจากเมืองเลคเนสประมาณ 12 กิโลเมตร
  • กิจกรรมจับปูสีน้ำตาล (Brown Crab Safari) [เข้าร่วมกิจกรรม] นั่งเรือตะลุยจับปูสีน้ำตาลริมทะเลแห่งเกาะโลโฟเตน พร้อมฟังเรื่องราวเกี่ยวกับประเพณีการจับปูของชาวนอร์เวย์
  • บ่าย: พิพิธภัณฑ์ไวกิ้ง (Viking Museum) [เข้าชม] จัดแสดงศิลปวัฒนธรรม ข้าวของเครื่องใช้ และการแต่งกายของชาวไวกิ้งในอดีตที่ปักหลักบนแผ่นดินนอร์เวย์
  • เมืองเฮนนิงสวาร์ (Henningsvær) [เข้าชม/แวะถ่ายรูป] หมู่บ้านชาวประมงที่ตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆ หลายแห่งนอกชายฝั่งทางใต้ของเกาะใหญ่ Austvågøya เชื่อมต่อด้วยสะพานเฮนนิงสวาร์
  • อาหาร: เช้า (ณ ห้องอาหารของโรงแรม) / กลางวัน (ณ ภัตตาคารท้องถิ่น พร้อมเมนูพิเศษ Brown Crab) / ค่ำ (ณ ภัตตาคารจีน)
  • ที่พัก: Thon Hotel Lofoten ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐

วันที่ 6: สโวลแวร์ - โลโฟเตน - รีนน์

  • เช้า: เมืองนัสฟยอร์ด (Nusfjord) [เข้าชม/เดินชม] หมู่บ้านชาวประมงที่เก่าแก่ที่สุดและได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีเยี่ยม มีบ้านหลากสีสัน (แดง เหลือง เขียว) และได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกจากยูเนสโก
  • บ่าย: เมืองรีนน์ (Reine) [เดินทางเข้าสู่] เมืองเล็กๆ ที่มีมนต์เสน่ห์ทางธรรมชาติอันสวยงามแห่งเกาะโลโฟเตน
  • หมู่บ้านแฮมนอยด์ (Hamnøy) [แวะถ่ายรูป] หมู่บ้านชาวประมงชื่อดังที่มักปรากฏบนโปสการ์ด โดดเด่นด้วยบ้านหลากสีและฉากหลังเทือกเขาสูง
  • หมู่บ้านโอ (Å) [แวะถ่ายรูป] หมู่บ้านน่ารักที่ตั้งอยู่บริเวณจุดปลายสุดของเกาะโลโฟเตน
  • อาหาร: เช้า (ณ ห้องอาหารของโรงแรม) / กลางวัน (ณ ภัตตาคารท้องถิ่น) / ค่ำ (ณ โรงแรมที่พัก)
  • ที่พัก: Reine Rorbuer - by Classic Norway Hotels ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า (พักสไตล์บ้านพักตากอากาศ / หมู่บ้านชาวประมง บ้าน 1 หลังจะมี 2 ห้องนอน และใช้ห้องน้ำเดียวกันครับ) ⭐⭐⭐⭐

วันที่ 7: โลโฟเตน - รีนน์ - โบโด

  • ทานอาหารเช้าแบบ Breakfast Box
  • 06.00 น. นำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือมอสคิเนส (Moskenes) เพื่อนั่งเรือเฟอร์รี่
  • 07.00 น. เรือเฟอร์รี่ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ เมืองโบโด (Bodø) ให้ท่านอิสระเก็บภาพบรรยากาศฟยอร์ดแห่งเกาะโลโฟเตน หากโชคดีอาจได้เห็นปลาโลมาว่ายน้ำเล่นข้างเรือ
  • 10.15 น. เรือเฟอร์รี่จอดเทียบท่า ณ เมืองโบโด
  • พิพิธภัณฑ์การบินแห่งนอร์เวย์ (Norwegian Aviation Museum) [เข้าชม] จัดแสดงวิวัฒนาการและเครื่องบินรุ่นต่างๆ ที่ใช้ในอุตสาหกรรมการบินของนอร์เวย์
  • บ่าย: เมืองโบโด (Bodø) [เดินทางเข้าสู่/เที่ยวชมเมือง] เมืองสำคัญด้านการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในเขตนอร์ดแลนด์ และใหญ่เป็นอันดับ 2 ในภาคเหนือนอร์เวย์ อิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย
  • อาหาร: เช้า (แบบ Breakfast Box) / กลางวัน (ณ ภัตตาคารไทย) / ค่ำ (ณ โรงแรมที่พัก)
  • ที่พัก: Thon Hotel Nordlys ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐

วันที่ 8: โบโด - ออสโล

  • 08.00 น. นำท่านสู่สนามบินโบโด
  • 10.30 น. ออกเดินทางสู่ กรุงออสโล (Oslo) โดยสายการบิน Norwegian Airlines เที่ยวบิน DY345 (ใช้เวลาบิน 1.45 ชั่วโมง)
  • 12.05 น. เดินทางถึงสนามบินออสโล
  • กรุงออสโล (Oslo) [เดินทางเข้าสู่] อดีตเมืองอาณานิคมใหญ่ของจักรพรรดิไวกิ้งโบราณที่มีประวัติศาสตร์กว่า 900 ปี
  • ทำเนียบรัฐบาล, เนชั่นแนลเธียเตอร์, อาคารรัฐสภา และ ศาลาเทศบาลเมืองเก่า [ผ่านชม/แวะถ่ายรูป] อาคารสถาปัตยกรรมเก่าแก่อายุกว่า 100 ปีเรียงรายรอบเมืองออสโล
  • โรงละครโอเปร่าออสโล (Oslo Opera House) [แวะถ่ายรูป] สถาปัตยกรรมระดับชาติปูด้วยหินอ่อนคาร์ราราจากอิตาลีและหินแกรนิตสีขาว ทำให้ดูเหมือนลอยขึ้นมาจากน้ำ
  • พระราชวังหลวงแห่งออสโล (Royal Palace) [แวะถ่ายรูป] พระราชวังนีโอคลาสสิก ด้านหน้ามีอนุสาวรีย์กษัตริย์คาร์ล โจฮาน (Karl Johan) ยืนเด่นเป็นสง่า
  • ย่านอาเคอร์ บรึกเกอ (Aker Brygge) [แวะถ่ายรูป/ช้อปปิ้ง] อดีตเขตอุตสาหกรรมและอู่ต่อเรือที่เปลี่ยนเป็นย่านช้อปปิ้ง ร้านอาหาร และที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์ริมฟยอร์ด
  • อาหาร: เช้า (ณ ห้องอาหารของโรงแรม) / กลางวัน (ณ ภัตตาคารจีน) / ค่ำ (ณ ภัตตาคารท้องถิ่น)
  • ที่พัก: Quality Airport Hotel Gardermoen ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐

วันที่ 9: ออสโล - กรุงเทพฯ

  • 10.30 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินออสโล
  • 13.45 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินสุวรรณภูมิ (BKK) โดยสายการบินไทย (Thai Airways) เที่ยวบินที่ TG955 (ใช้เวลาบินประมาณ 11.30 ชั่วโมง)
  • (ข้อมูลทางเลือกในโปรแกรม: เดินทางด้วยเที่ยวบิน QR176 เวลา 16.05 น. เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่องที่กรุงโดฮา)
  • อาหาร: เช้า (ณ ห้องอาหารของโรงแรม) / - / (บริการอาหารบนเครื่อง)
  • ที่พัก: -

วันที่ 10: กรุงเทพมหานคร

  • 06.15 น. เดินทางถึงกรุงเทพมหานคร โดยสวัสดิภาพ
  • (ข้อมูลทางเลือกในโปรแกรม: เดินทางด้วยเที่ยวบิน QR834 ถึงกรุงเทพฯ เวลา 12.55 น.)
  • อาหาร: - / - / -

ดูโปรแกรมทัวร์ และรายละเอียดแบบเต็มเพิ่มเติม คลิ๊กปุ่มด้านล่างนี้ได้เลยครับ (Update 26.08.2026)


ไฮไลต์การเดินทาง & รีวิวจุดเด่น (Highlights)

Arctic Aurora Hunting - ล่าแสงเหนือ เหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล

ทริปนี้เราจะได้ไปชมหรือล่าแสงออโรร่า (Aurora Borealis) ในพิกัดเฉพาะที่ขึ้นชื่อในการชมหรือมีโอกาสพบเห็นแสงเหนือได้บ่อยและสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลกครับ

  • จุดเด่น: เช็คอินเข้าพักที่รีสอร์ทริมอ่าว "Hamn i Senja" บนฝั่งตะวันตกของเกาะ ซึ่งมีข้อได้เปรียบตรงภูมิประเทศเปิดโล่ง ไม่มีแสงไฟรบกวน หากคืนไหนฟ้าใสเป็นใจจะสามารถชมแสงเหนือกันชัด ๆ จากบริเวณประภาคาร (Lighthouse) อันโด่งดังของที่พักได้เลยครับ
  • Tips: ช่วงเวลาแนะนำการชมแสงเหนือในนอร์เวย์ หรือแถบสแกนดิเนเวียคือเดือนกันยายน - ต้นเดือนเมษายน ในฤดูหนาวครับ
  • เกร็ดน่ารู้เพิ่มเติม:
  • - ทำไมต้องประภาคาร?: การดูแสงเหนือต้องการพื้นที่ที่มืดสนิท ที่ประภาคารริมอ่าวของ Hamn i Senja จะช่วยหลบแสงไฟจากตัวอาคารที่พัก ทำให้ม่านตาปรับสภาพและมองเห็นแสงออโรร่าด้วยตาเปล่าได้ชัดเจนขึ้นครับ
  • - Hamn i Senja: ในอดีตช่วงปี ค.ศ. 1880 ที่นี่เคยเป็นหมู่บ้านชาวประมงที่รุ่งเรืองและเป็นจุดแวะพักเรือสำคัญ ก่อนจะถูกพัฒนามาเป็นรีสอร์ทชื่อดังที่ยังคงรักษาความดั้งเดิมเอาไว้ครับ

Bodø & Scenic Ferry Journeys – ล่องเรือข้ามฟยอร์ด และเจาะลึกเมืองโบโด

นั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามฟาก ชมความยิ่งใหญ่ของฟยอร์ดแห่งอาร์กติก 2 เส้นทางครับ

  • จุดเด่น: 1.เริ่มจากการนั่งเรือสู่เกาะเซนญา และ 2.ไฮไลต์คือเส้นทางล่องเรือจากท่าเรือมอสคิเนส (Moskenes ferjekai) ข้ามสู่ "เมืองโบโด" (Bodø) เมืองใหญ่ทางตอนเหนือของนอร์เวย์ ระหว่างทางเราจะได้ชมวิวภูเขาล้อมรอบฟยอร์ด (*ถ้าโชคดีอาจมีฝูงโลมาว่ายน้ำมาทักทายข้างเรือด้วยครับ) เมื่อถึงเมืองโบโด เราจะได้เข้าชมเรียนรู้ประวัติศาสตร์การบินของนอร์เวย์กันที่ "พิพิธภัณฑ์การบินแห่งนอร์เวย์" (Norwegian Aviation Museum) ชมวิวัฒนาการและถ่ายรูปกับเครื่องบินรบรุ่นคลาสสิกของจริงครับ
  • เกร็ดน่ารู้เพิ่มเติม:
  • - เมืองหลวงแห่งวัฒนธรรม: เมืองโบโด (Bodø) เพิ่งได้รับเลือกให้เป็น "เมืองหลวงแห่งวัฒนธรรมยุโรป ประจำปี 2024" (European Capital of Culture 2024) ถือเป็นเมืองแรกที่ตั้งอยู่เหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิลที่ได้รับรางวัลนี้
  • - พิพิธภัณฑ์การบินรูปใบพัด: ถ้ามองจากมุมมองทางอากาศ ตัวอาคารของพิพิธภัณฑ์การบินแห่งนี้ถูกออกแบบให้เป็นรูปใบพัดเครื่องบินขนาดใหญ่ ภายในมีแบ่งโซนจัดแสดงการบินพลเรือนและการบินทางทหารออกจากกันอย่างชัดเจน

Senja Island – ดินแดนลับแห่งอาร์กติก นอร์เวย์ฉบับย่อส่วน

เปิดประสบการณ์ Unseen สัมผัสความดิบและบริสุทธิ์ที่ "เกาะเซนญา" (Senja Island) เกาะใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ ที่รวบรวมเอาภูมิประเทศทั้งฟยอร์ดลึก เทือกเขาสูง และทะเลอาร์กติกมารวมไว้ในที่เดียวครับ

  • จุดเด่น: เช็คอินที่ "Tungeneset" ชมความแปลกตาของเทือกเขาโอคชอร์นัน (Okshornan) ที่มียอดหินแหลมๆ สลับซับซ้อนเรียงรายริมทะเล (*จนหลายคนมองว่าคล้ายแผ่นหลังของก็อตซิลล่า) จากนั้นเดินทางไปรับลมบนแพลตฟอร์มไม้ลอยฟ้าที่ "จุดชมวิว Bergsbotn" (Bergsbotn Viewing Platform) เพื่อชมวิวอ่าวฟยอร์ดที่ชื่อว่า Bergsfjorden และหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ชื่อ Bergsbotn (*มีประชากรประมาณ 60 คน) แบบพาโนรามากว้างไกลสุดสายตาครับ
  • เกร็ดน่ารู้เพิ่มเติม:
  • - ฟันปีศาจแห่งเซนญา: กลุ่มเทือกเขาโอคชอร์นัน (Okshornan) ที่มองเห็นจากจุดชมวิวตุงเกอเนสเซท มีชื่อเล่นที่คนท้องถิ่นตั้งให้ว่า "Devil’s Jaw" หรือกรามของปีศาจ เพราะความแหลมคมของยอดเขา
  • - จุดชมวิว Bergsbotn: ตัวสะพานไม้มีความยาว 44 เมตร สร้างยื่นออกไปในอากาศเหนือหน้าผาสูง ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังลอยอยู่เหนือฟยอร์ด เป็นหนึ่งในงานสถาปัตยกรรมที่ออกแบบมาให้ต้านทานพายุลมแรงได้เป็นอย่างดีครับ

Lofoten Islands & Brown Crab Safari – หมู่เกาะที่สวยที่สุดในโลกและล่องเรือจับปู

บุก "หมู่เกาะโลโฟเตน" (Lofoten Islands) ดินแดนที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามของธรรมชาติที่ผสานกับวิถีชีวิตดั้งเดิมได้อย่างดีครับ

  • จุดเด่น: เช็คอินหมู่บ้านชาวประมงคลาสสิก ทั้ง "นัสฟยอร์ด" (Nusfjord), "แฮมนอยด์" (Hamnøy) และ "รีนน์" (Reine) ถ่ายรูปบ้านไม้สีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ของโลโฟเทน และทำกิจกรรมไฮไลต์ของทริปอย่างการล่องเรือจับ "ปูสีน้ำตาล" (Brown Crab Safari) ในน่านน้ำอาร์กติกที่อุดมสมบูรณ์ พร้อมลองทานเนื้อปูสด ๆ ที่เพิ่งจับขึ้นมาเป็นมื้อกลางวันครับ
  • เกร็ดน่ารู้เพิ่มเติม:
  • - นัสฟยอร์ด (Nusfjord): เป็นหนึ่งในหมู่บ้านชาวประมงที่เก่าแก่และได้รับการอนุรักษ์ไว้ดีที่สุดในนอร์เวย์ (เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่รอการพิจารณาเป็นมรดกโลกจาก UNESCO) อาคารหลายหลังยังคงสภาพเหมือนเมื่อร้อยกว่าปีก่อน
  • - ปูสีน้ำตาล (Edible Crab/Brown Crab): ปูชนิดนี้อาศัยอยู่ในน้ำเย็นจัดและสะอาดบริสุทธิ์ของทะเลอาร์กติก ทำให้เนื้อปูมีความแน่น หวาน และมีมันปูที่รสชาติเข้มข้นมาก นิยมนำมาต้มในน้ำทะเลแล้วทานสดๆ คู่กับขนมปังและเลมอนครับ

Tromso & Oslo Charms – มหานครแห่งอาร์กติกและเมืองหลวงไวกิ้ง

เจาะลึก 2 เมืองใหญ่ต่างสไตล์ ที่นำเอาความเป็นธรรมชาติมาผสานเข้ากับงานสถาปัตยกรรมร่วมสมัยได้อย่างลงตัวครับ

  • จุดเด่น: ที่เมือง Tromso เราจะได้นั่งเคเบิลคาร์ขึ้นสู่ยอดเขา "Storsteinen" ชมวิวเมืองบนเกาะที่ถูกล้อมด้วยฟยอร์ด แวะชมแลนด์มาร์ก มหาวิหารอาร์กติก (Arctic Cathedral) ทรงสามเหลี่ยมล้ำยุค ส่วนที่กรุงออสโล (Oslo) อดีตอาณาจักรไวกิ้งโบราณ เราจะได้เดินชมสถาปัตยกรรม Oslo Opera House และเดินชิลล์ช้อปปิ้งกันที่ย่าน Aker Brygge แหล่งแฮงเอาท์ริมน้ำที่คึกคักที่สุดในเมืองครับ
  • เกร็ดน่ารู้เพิ่มเติม:
  • - มหาวิหารอาร์กติก (Arctic Cathedral): รูปทรงสามเหลี่ยมสีขาวที่โดดเด่นนี้ สถาปนิกได้แรงบันดาลใจมาจากลักษณะของภูเขาน้ำแข็ง (Iceberg) และรูปทรงของเต็นท์ชาวพื้นเมืองซามี
  • - โรงละครที่เดินบนหลังคาได้: Oslo Opera House ออกแบบให้มีลักษณะคล้ายธารน้ำแข็งที่โผล่พ้นขึ้นมาจากน้ำ (Glacier) และเป็นอาคารที่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินไต่ระดับขึ้นไปรับลมบนหลังคาอาคารได้แบบอิสระครับ
  • - อาเคอร์ บรึกเกอ (Aker Brygge): ในอดีตพื้นที่ตรงนี้เคยเป็นอู่ต่อเรือที่ใหญ่ที่สุดของนอร์เวย์มานานกว่า 100 ปี ก่อนจะถูกปรับปรุงทัศนียภาพใหม่ให้กลายเป็นย่านที่พักอาศัย ร้านอาหาร และแหล่งช้อปปิ้งที่ทันสมัยที่สุดในออสโลครับ
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy