ทัวร์แสงเหนือ นอร์เวย์ Lofoten Senja Narvik Tromso – 9 วัน

SKU : 2707-BF2308-085

฿137,900

คำอธิบายสินค้าแบบย่อ

จุดชมวิว Bergsbotn & Tungeneset | นั่งเคเบิลคาร์ Fjellheisen | เที่ยว Svolvaer และหมู่บ้านชาวประมงชื่อดัง (ก.ย.69-ก.ค.70 / บิน Qatar Airways)

รายละเอียดสินค้า

Summary & Route Overview: ทัวร์แสงเหนือ นอร์เวย์ Lofoten Senja Narvik Tromso 9 วัน

ทัวร์นอร์เวย์ แสงเหนือ 9 วัน 6 คืน ผ่านการเดินทางชมบรรยากาศเมืองหลวง ประวัติศาสตร์ไวกิ้ง และธรรมชาติแห่งเขตอาร์กติก เข้าสู่โลกของฟยอร์ด ภูเขา หมู่บ้านชาวประมง และวิถีชีวิตชาวซามี พร้อมชมวิวอันกว้างใหญ่ของ Lofoten Islands, Senja Island, และเมืองทรอมโซ่ ท่ามกลางภูมิประเทศอันเป็นเอกลักษณ์ของนอร์เวย์เหนือครับ

Highlight Trip
  • ชมประติมากรรมกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลกกว่า 200 ชิ้นใน Vigeland Sculpture Park กรุงออสโล
  • สัมผัสวิถีชีวิตชาวซามี พร้อมใกล้ชิดและให้อาหาร กวางเรนเดียร์
  • นั่งกระเช้า Fjellheisen ขึ้นสู่ยอดเขา Mt. Storsteinen ชมเมือง Tromso และภูมิทัศน์อาร์กติกแบบพาโนรามา
  • ขับรถชมเส้นทางธรรมชาติ Senja Scenic Route พร้อมแวะจุดชมวิวเหนือฟยอร์ด Mefjordbotn, Tungeneset, และ Bergsbotn
  • นั่งเคเบิลคาร์ขึ้น Narvikfjellet ชมเมือง ภูเขา และทะเลอาร์กติกจากมุมสูงของเมือง Narvik
  • สัมผัสบรรยากาศหมู่บ้านชาวประมงสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ของ Lofoten Islands
  • เดินชมหมู่บ้าน Reine และ Hamnoy พร้อมเก็บภาพทิวทัศน์ฟยอร์ดและภูเขา
  • เดินเล่นและช้อปปิ้งบน Karl Johans Gate ถนนสายหลักใจกลางกรุงออสโล

Internal Flight: พร้อมบินภายใน 2 เที่ยว (Oslo -> Tromso และ Narvik -> Oslo)

เส้นทาง: กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) - โดฮา (กาตาร์) - ออสโล - ทรอมโซ่ - เมฟยอร์ดแวร์ (เซนญ่า) - นาร์วิค - สโวลแวร์ (โลโฟเทน) - นาร์วิค - ออสโล - โดฮา (กาตาร์) - กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ)

ดูโปรแกรมทัวร์ และรายละเอียดแบบเต็มเพิ่มเติม คลิ๊กปุ่มด้านล่างนี้ได้เลยครับ (Update 26.08.2026)


อัตราค่าบริการ & Itinerary

กำหนดการเดินทาง (Travel Periods) 2569-2570

  • กันยายน 2569: 22 - 30 ก.ย. 69
  • ตุลาคม 2569: 10 - 18 ต.ค. 69 / 22 - 30 ต.ค. 69
  • พฤศจิกายน 2569: 21 - 29 พ.ย. 69
  • ธันวาคม 2569: 05 - 13 ธ.ค. 69 / 19 - 27 ธ.ค. 69
  • มกราคม 2570: 23 - 31 ม.ค. 70
  • กุมภาพันธ์ 2570: 16 - 24 ก.พ. 70
  • มีนาคม 2570: 02 - 10 มี.ค. 70 / 25 มี.ค. - 02 เม.ย. 70
ช่วงเวลาการเดินทางราคาผู้เดินทางผู้ใหญ่และเด็ก
(อายุ 2 ปี ขึ้นไป พักห้องละ 2-3 ท่าน)
พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ
22 - 30 กันยายน 2569137,90035,900
10 - 18 ตุลาคม 2569 (ช่วงวันนวมินทรมหาราช)139,90035,900
22 - 30 ตุลาคม 2569 (ช่วงวันปิยมหาราช)139,90035,900
21 - 29 พฤศจิกายน 2569144,90035,900
05 - 13 ธันวาคม 2569 (ช่วงวันพ่อฯ+วันรัฐธรรมนูญ)147,90029,900
19 - 27 ธันวาคม 2569 (ช่วงวันคริสต์มาส)148,90029,900
23 - 31 มกราคม 2570144,90029,900
16 - 24 กุมภาพันธ์ 2570 (ช่วงวันมาฆบูชา)144,90029,900
02 - 10 มีนาคม 2570144,90029,900
25 มี.ค. - 02 เม.ย. 2570144,90029,900
อัพเกรดที่นั่งชั้นธุรกิจ (Business Class) เพิ่มจากราคาทัวร์เริ่มต้นที่ท่านละ 120,000+ บาทขึ้นไป
(ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและประเภทของบัตรโดยสารของแต่ละสายการบิน)
หมายเหตุ: หากเดินทาง 3 ท่าน สามารถพักรวมกันได้ในห้องพักเดี่ยว แต่ในกรณีที่โรงแรมที่พักนั้น ไม่สามารถจัดห้องพักแบบ 3 ท่านได้ และจำเป็นต้องแยกพักเดี่ยว ค่าใช้จ่ายส่วนเกินจากการพักเดี่ยวจะเป็นความรับผิดชอบของลูกค้า

ราคาทัวร์ข้างต้น ยังไม่รวม:

  • ค่าธรรมเนียมวีซ่า และ ค่าบริการยื่นขอวีซ่า 6,800 บ. /ท่าน
  • ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย รวม 900 บ. /ท่าน
  • ค่าทิปพนักงานขับรถ 27 EUR /ท่าน

สรุปรายการอาหาร & โรงแรมที่พัก

วันที่เช้ากลางวันเย็นโรงแรมที่พัก (Hotel) / เที่ยวบินช้อปปิ้ง
1--[บนเครื่อง]
  • นัดพบ สุวรรณภูมิ 17.00 น.
  • บินออก 20.00 น.
  • ถึง Glassgow 07.20 น. (Day 2)
-
2[บนเครื่อง]ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์Moxy Tromso
หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐
(มีโอกาสชมแสงเหนือบริเวณที่พัก)
-
3ทานกับทัวร์อาหารแบบท้องถิ่น
ชาวซามีดั้งเดิม
ทานกับทัวร์Moxy Tromso
หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐
(มีโอกาสชมแสงเหนือบริเวณที่พัก)
-
4ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์Scandic Narvik
หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐
(มีโอกาสชมแสงเหนือบริเวณที่พัก)
-
5ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์Thon Hotel Lofoten
หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐
(มีโอกาสชมแสงเหนือบริเวณที่พัก)
-
6ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์Thon Hotel Lofoten
หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐
-
7ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์Radisson Blu Scandinavia Hotel, Oslo
หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐
-
8ทานกับทัวร์มื้อทานเองอิสระ
ถนน Karl Johans Gate
[บนเครื่อง]
  • บินออก สนามบินออสโล 16.05 น.
  • ถึง โดฮา 23.35 น.
ถนนคาร์ล โยฮันส์ เกต
(Karl Johans Gate)
- กรุงออสโล
9[บนเครื่อง][บนเครื่อง]-
  • บินออก โดฮา 02.00 น.
  • ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ 12.55 น.
-

ตารางการเดินทางรายวัน (Daily Itinerary)

วันที่ 1: สนามบินสุวรรณภูมิ

  • 17.00 น. คณะผู้เดินทางพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ Q สายการบินกาตาร์แอร์เวย์ส (Qatar Airways) โดยมีเจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวก
  • 20.00 น. ออกเดินทางสู่ กรุงโดฮา (Doha) ประเทศกาตาร์ เที่ยวบินที่ QR 835
  • 22.35 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติฮามัด (Hamad International Airport) แวะเพื่อเปลี่ยนเครื่อง
  • อาหาร: - / - / ค่ำ (บนเครื่อง)
  • ที่พัก: -

วันที่ 2: สนามบินออสโล - ลานกระโดดสกี - อุทยานฟรอกเนอร์ - พระราชวังหลวง - ศาลาว่าการกรุงออสโล - บินภายในประเทศ - ทรอมโซ่

  • 01.30 น. นำท่านออกเดินทางสู่ สนามบินออสโล การ์เดอร์มอน (Oslo Gardermoen Airport) ประเทศนอร์เวย์ โดยสายการบิน Qatar Airways เที่ยวบินที่ QR 179
  • 07.20 น. เดินทางถึงประเทศนอร์เวย์ ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร นำท่านเดินทางสู่ กรุงออสโล (Oslo) เมืองหลวงอันโอ่อ่าและศูนย์กลางของอาณาจักรไวกิ้งโบราณ
  • จุดชมวิวลานกระโดดสกีโฮเมนคอเลน (Holmenkollen Ski Jump) [แวะถ่ายรูป] สัญลักษณ์ด้านกีฬาฤดูหนาวของประเทศนอร์เวย์ ชมทัศนียภาพของอ่าวออสโลฟยอร์ดจากมุมสูง
  • อุทยานฟรอกเนอร์ (Frogner Park) และ สวนประติมากรรมวิกเกอลันด์ (Vigeland Sculpture Park) [เข้าชม] สวนประติมากรรมกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก ชมผลงานแกะสลักหินแกรนิตและทองแดงกว่า 200 ชิ้น โดยมีไฮไลต์คือเสาหิน "โมโนลิธ" (Monolith) สูง 17 เมตร
  • บ่าย: พระราชวังหลวง (Royal Palace) [แวะถ่ายรูป] ผ่านชมความสง่างามของพระราชวังในสถาปัตยกรรมนีโอคลาสสิก พร้อมพระบรมรูปกษัตริย์คาร์ล โยฮัน ประทับบนหลังม้า
  • ศาลาว่าการกรุงออสโล (Oslo City Hall) [แวะถ่ายรูป] อาคารคู่หอคอยสีน้ำตาลแดง สถานที่จัดงานมอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ
  • 17.10 น. ออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติทรอมโซ่ (Tromso Airport) โดยสายการบิน Norwegian Airlines (DY) เที่ยวบินที่ DY 382
  • 19.05 น. เดินทางถึงเมืองทรอมโซ่ (Tromso) เมืองบนเกาะขนาดเล็กทางตอนเหนือของนอร์เวย์ โอบล้อมด้วยธรรมชาติบริสุทธิ์และอาร์กติก
  • อาหาร: เช้า (บนเครื่อง) / กลางวัน (ณ ภัตตาคาร) / ค่ำ (ณ ภัตตาคาร)
  • ที่พัก: Moxy Tromso ระดับ 3 ดาว หรือเทียบเท่า (มีโอกาสชมแสงเหนือบริเวณที่พัก) ⭐⭐⭐

วันที่ 3: ทรอมโซ่ - ฟาร์มกวางเรนเดียร์ - ป้อนอาหารกวางเรนเดียร์ - มหาวิหารอาร์กติก - เคเบิลคาร์ - ยอดเขาสโตรสไตเนิน

  • เช้า: ฟาร์มกวางเรนเดียร์ (Reindeer Farm) [เข้าชม] สัมผัสประสบการณ์ใกล้ชิดกับกวางเรนเดียร์ สัตว์ท้องถิ่นที่มีบทบาทสำคัญต่อวิถีชีวิตชนพื้นเมือง เพลิดเพลินกับการป้อนอาหารและรับฟังบรรยายวัฒนธรรมชาวซามี (Sami)
  • บ่าย: ย่านใจกลางเมืองทรอมโซ่ [เดินชม] สัมผัสเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิม บ้านไม้เก่าแก่ตกแต่งในโทนสีสันสดใส
  • มหาวิหารอาร์กติก (Arctic Cathedral) [เข้าชม] สถาปัตยกรรมร่วมสมัยรูปทรงสามเหลี่ยมซ้อนชั้น เสมือนหิมะและยอดเขา ภายในประดับกระจกสีขนาดใหญ่
  • เคเบิลคาร์ (Fjellheisen) [นั่งกระเช้า] ขึ้นสู่ ยอดเขาสโตรสไตเนิน (Mt. Storsteinen) จุดชมวิวสูงกว่า 400 เมตร เพื่อชมทัศนียภาพของเมืองทรอมโซ่ ทะเล ฟยอร์ด และเกาะน้อยใหญ่แบบพาโนรามา (สงวนสิทธิ์ยกเลิกหากสภาพอากาศไม่อำนวย)
  • อาหาร: เช้า (ในโรงแรม) / กลางวัน (อาหารแบบท้องถิ่นดั้งเดิม ระหว่างทำกิจกรรม) / ค่ำ (ณ ภัตตาคาร)
  • ที่พัก: Moxy Tromso ระดับ 3 ดาว หรือเทียบเท่า (มีโอกาสชมแสงเหนือบริเวณที่พัก) ⭐⭐⭐

วันที่ 4: ทรอมโซ่ - เมฟยอร์ดแวร์ - เมฟยอร์ดบ็อตน์ - จุดชมวิวตุงเงอเนสเส็ต - จุดชมวิวลอยฟ้าแห่งเกาะเซนญ่า - นาร์วิค

  • เช้า: เมฟยอร์ดแวร์ (Mefjordvær) [เดินทางสู่] หมู่บ้านชาวประมงขนาดเล็กริมชายฝั่งตอนเหนือของเกาะเซนญ่า (Senja) โอบล้อมด้วยภูเขาสูงชันและฟยอร์ดลึก
  • เมฟยอร์ดบ็อตน์ (Mefjordbotn) [แวะถ่ายรูป] หมู่บ้านบริเวณด้านในสุดของ Mefjorden ฟยอร์ดที่งดงามที่สุดฝั่งเหนือของเกาะ
  • จุดชมวิวตุงเงอเนสเส็ต (Tungeneset) [แวะถ่ายรูป/เข้าชม] ไฮไลต์บนเส้นทาง Senja Scenic Route ตั้งอยู่บนแหลมที่ยื่นออกไปในทะเลอาร์กติก เชื่อมต่อด้วยสะพานไม้ทางเดินข้ามโขดหิน
  • จุดชมวิวลอยฟ้าแห่งเกาะเซนญ่า (Bergsbotn Viewing Platform) [แวะถ่ายรูป/เข้าชม] แพลตฟอร์มไม้ยกระดับยื่นออกจากหน้าผา เปิดมุมมอง 360 องศาเหนือฟยอร์ดลึก
  • บ่าย: เมืองนาร์วิค (Narvik) [เดินทางเข้าสู่] เมืองสำคัญทางตอนเหนือที่โอบล้อมด้วยเขาสูงและท้องทะเล ซึ่งรัชกาลที่ 5 เคยเสด็จประพาส
  • อาหาร: เช้า (ในโรงแรม) / กลางวัน (ณ ภัตตาคาร) / ค่ำ (ณ ภัตตาคาร)
  • ที่พัก: Scandic Narvik ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า (มีโอกาสชมแสงเหนือบริเวณที่พัก) ⭐⭐⭐⭐

วันที่ 5: นาร์วิค - นั่งกระเช้า ยอดเขานาร์วิกฟเยลเลต - จุดชมวิวสะพาน Tjeldsundbrua - เฮนนิ่งสวาร์ - สโวลแวร์

  • เช้า: ยอดเขานาร์วิกฟเยลเลต (Narvikfjellet) [เข้าชม] นั่งเคเบิลคาร์หรือกระเช้าขึ้นสู่ยอดเขาความสูง 656 เมตร ชมวิวเมืองนาร์วิคและแสงตะวันสาดส่องเหนือทะเลอาร์กติก
  • จุดชมวิวสะพาน Tjeldsundbrua [แวะถ่ายรูป] สะพานเชื่อมแผ่นดินใหญ่กับหมู่เกาะในเขตนาร์วิก จุดชมผืนน้ำ ทะเล ฟยอร์ด และเทือกเขาสลับซับซ้อน
  • บ่าย: เฮนนิ่งสวาร์ (Henningsvær) [แวะถ่ายรูป] เมืองท่าและหมู่บ้านชาวประมงที่มีเสน่ห์บนหมู่เกาะโลโฟเทน ชมบ้านสีแดง (Rorbuer) ริมอ่าวตัดกับภูเขาหิมะ
  • เมืองสโวลแวร์ (Svolvær) [เดินทางเข้าสู่] เมืองหน้าด่านหลักบนหมู่เกาะโลโฟเทน (Lofoten Islands)
  • อาหาร: เช้า (ในโรงแรม) / กลางวัน (ณ ภัตตาคาร) / ค่ำ (ณ ภัตตาคาร)
  • ที่พัก: Thon Hotel Lofoten ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า (มีโอกาสชมแสงเหนือบริเวณที่พัก) ⭐⭐⭐⭐

วันที่ 6: สโวลแวร์ - หมู่บ้านโอ (Å) - รีนน์ - หมู่บ้านแฮมนอยด์ - สะพานแฮมนอยด์ - สโวลแวร์

  • เช้า: หมู่บ้านโอ (Å) [เข้าชม] หมู่บ้านชาวประมงสุดคลาสสิกตรงจุดสิ้นสุดถนนสาย E10 เรียนรู้วิถีชีวิตเรียบง่ายและการแร่ปลาคอด (Cod)
  • เมืองรีนน์ (Reine) [เข้าชม] หมู่บ้านที่ได้ชื่อว่างดงามและโรแมนติกที่สุดในนอร์เวย์ ชมบ้านไม้สีสดริมทะเลท่ามกลางยอดเขาสูงตระหง่าน
  • บ่าย: หมู่บ้านแฮมนอยด์ (Hamnøy) [แวะถ่ายรูป] หมู่บ้านชาวประมงเงียบสงบบนเกาะเล็กๆ ภาพยอดฮิตบนโปสการ์ดของนอร์เวย์
  • สะพานแฮมนอยด์ (Hamnøy Bridge) [แวะถ่ายรูป] จุดชมวิวชื่อดังที่สามารถมองเห็นหมู่บ้านสีแดง ฟยอร์ด และขุนเขาระดับโลก จากนั้นเดินทางกลับสู่เมืองสโวลแวร์
  • อาหาร: เช้า (ในโรงแรม) / กลางวัน (ณ ภัตตาคาร) / ค่ำ (ณ ภัตตาคาร)
  • ที่พัก: Thon Hotel Lofoten ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐

วันที่ 7: สโวลแวร์ - นาร์วิค - บินภายในประเทศ - กรุงออสโล

  • เช้า: เมืองนาร์วิค (Narvik) [เดินทางเข้าสู่] เดินทางกลับสู่เมืองนาร์วิคเพื่อเตรียมตัวเดินทางสู่สนามบิน
  • 14.10 น. ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ สนามบินฮาร์สตัด/นาร์วิค อีเวเนส (Harstad/Narvik Airport, Evenes - EVE)
  • 17.15 น. ออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติกรุงออสโล โดยสายการบิน Norwegian Airlines (DY) เที่ยวบินที่ DY 367
  • 19.00 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติกรุงออสโล (Oslo Airport)
  • อาหาร: เช้า (ในโรงแรม) / กลางวัน (ณ ภัตตาคาร) / ค่ำ (ณ ภัตตาคาร)
  • ที่พัก: Radisson Blu Scandinavia Hotel, Oslo ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐

วันที่ 8: ออสโล - ป้อมอาเคอร์เชอส - Karl Johans Gate - ช้อปปิ้ง - เดินทางกลับ

  • เช้า: ป้อมอาเคอร์เชอส (Akershus Fortress) [เข้าชม] ป้อมปราการเก่าแก่ปลายศตวรรษที่ 13 ใจกลางออสโล อดีตที่พำนักของราชวงศ์และป้อมทหาร ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ชมวิวกำแพงเก่าและท่าเรือ
  • ถนนคาร์ล โยฮันส์ เกต (Karl Johans Gate) [อิสระช้อปปิ้ง] ถนนสายหลักที่เป็นศูนย์กลางการช้อปปิ้งและวัฒนธรรมของเมือง
  • 16.05 น. ออกเดินทางสู่ กรุงโดฮา (Doha) ประเทศกาตาร์ เที่ยวบินที่ QR 176
  • 23.35 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติฮามัด (Hamad International Airport) ประเทศกาตาร์ เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง
  • อาหาร: เช้า (ในโรงแรม) / กลางวัน (อิสระตามอัธยาศัย) / ค่ำ (บนเครื่อง)
  • ที่พัก: -

วันที่ 9: กรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิ

  • 02.00 น. นำท่านออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสายการบิน Qatar Airways เที่ยวบินที่ QR 834
  • 12.55 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ
  • อาหาร: (บนเครื่อง) / (บนเครื่อง) / -

ดูโปรแกรมทัวร์ และรายละเอียดแบบเต็มเพิ่มเติม คลิ๊กปุ่มด้านล่างนี้ได้เลยครับ (Update 26.08.2026)


ไฮไลต์การเดินทาง & รีวิวจุดเด่น (Highlights)

Arctic Aurora Hunting - ประสบการณ์ล่าแสงเหนือบนเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล

ชมแสงออโรร่า (Aurora Borealis) ในดินแดนที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในจุดชมแสงเหนือที่สวยงามและมีโอกาสพบเห็นได้บ่อยที่สุดในโลกครับ

  • จุดเด่น: ที่พักระหว่างทริปจะอยู่ในเมืองที่ตั้งอยู่เหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล (Arctic Circle) กันทั้งหมดครับ ทั้งที่ ทรอมโซ่, นาร์วิค และ หมู่เกาะโลโฟเทน โดยหากสภาพอากาศเปิดโล่งและพายุสุริยะเป็นใจ เราจะได้ชมแสงเหนือจากบริเวณที่พักกันค่อนข้างแน่ โดยไม่ต้องนั่งรถออกไปล่ากันไกล ๆ ครับ
  • Tips: ช่วงเวลาที่แนะนำและมีโอกาสเห็นแสงเหนือได้ดีที่สุดในนอร์เวย์คือ เดือนตุลาคม - มีนาคม ในช่วงฤดูหนาวครับ
  • เกร็ดน่ารู้เพิ่มเติม:
  • - การเกิดแสงเหนือ: เกิดจากอนุภาคมีประจุจากลมสุริยะพุ่งชนกับก๊าซในชั้นบรรยากาศโลก (ถ้าชนออกซิเจนจะได้แสงสีเขียว ชนไนโตรเจนจะได้แสงสีม่วงหรือชมพู)
  • - วงแหวนแสงออโรร่า (Auroral Oval): เมืองในทริปนี้ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่วงแหวนนี้พอดี ซึ่งเป็นบริเวณที่มีความเข้มข้นของสนามแม่เหล็กโลก ทำให้เกิดปรากฏการณ์แสงเหนือได้ชัดเจนที่สุดครับ
  • - พระอาทิตย์เที่ยงคืน (Midnight Sun): ในทางกลับกัน หากมาเยือนพื้นที่เหล่านี้ในช่วงฤดูร้อน (พฤษภาคม-กรกฎาคม) จะพบกับปรากฏการณ์ที่พระอาทิตย์ไม่ตกดินเลยตลอด 24 ชั่วโมง

Lofoten Islands - หมู่เกาะแห่งเทพนิยาย

หากคุณรักธรรมชาติและการถ่ายภาพ "หมู่เกาะโลโฟเทน" (Lofoten Islands) คือจุดหมายปลายทางระดับโลกที่ต้องมาเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้งครับ

  • จุดเด่น: นั่งรถไปตามถนนสาย E10 แวะเช็คอินหมู่บ้านชาวประมงที่โด่งดังระดับโลกต่าง ๆ ของโลโฟเทน เช่น "หมู่บ้านโอ" (Å), "รีนน์" (Reine) และ "แฮมนอยด์" (Hamnøy) เราจะได้เห็นภาพของบ้านชาวประมงสีแดง (Rorbuer) ที่ตั้งเรียงรายอยู่ริมอ่าว โดยมีฉากหลังเป็นภูเขาหิมะและน้ำทะเล เป็นมุมภาพที่มักจะถูกนำไปโปรโมทของ Lofoten ในโปสการ์ดตามนิตยสาร หรือเว็บไซต์ท่องเที่ยวต่าง ๆ ครับ
  • เกร็ดน่ารู้เพิ่มเติม:
  • - บ้านสีแดงริมน้ำ (Rorbuer): ในอดีตเป็นกระท่อมพักอาศัยของชาวประมง สาเหตุที่นิยมทาสีแดง เพราะสมัยก่อนสีแดงที่ทำจากน้ำมันตับปลาผสมเลือดสัตว์และแร่ธาตุ เป็นสีที่หาได้ง่ายและราคาถูกที่สุด
  • - ปลาคอดแห้ง (Stockfish): สินค้าส่งออกอันดับหนึ่งของโลโฟเทนที่มีประวัติยาวนานนับพันปี หากไปช่วงต้นปีจะเห็นราวตากปลาคอดเรียงรายอยู่ทั่วไป ซึ่งใช้วิธีตากลมหนาวธรรมชาติโดยไม่ต้องหมักเกลือกันเลยครับ
  • - ชื่อหมู่บ้าน "โอ" (Å): เป็นตัวอักษรตัวสุดท้ายในภาษาของนอร์เวย์ และเป็นชื่อหมู่บ้านที่สั้นที่สุดในโลก มีความหมายในภาษานอร์สโบราณว่า "แม่น้ำสายเล็กๆ"

Senja Island Scenic Route - เส้นทางขับรถชมวิวที่สวยที่สุดของนอร์เวย์

เดินทางสู่ "เกาะเซนญ่า" (Senja) เกาะใหญ่อันดับสองของนอร์เวย์ ที่เริ่มเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวครับ เกาะที่ซ่อนความดิบและความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติไว้อย่างสมบูรณ์แบบ

  • จุดเด่น: เราจะได้ไปยืนรับลม ชมวิวที่ "จุดชมวิวลอยฟ้า Bergsbotn" แพลตฟอร์มไม้ยกระดับที่ยื่นออกไปเหนือหน้าผา ชมวิวเหนือฟยอร์ดลึกแบบพาโนรามา 360 องศา และแวะ "จุดชมวิวตุงเงอเนสเส็ต" (Tungeneset) ที่มีทางเดินไม้ทอดยาวข้ามโขดหินสู่ผืนทะเลอาร์กติกครับ
  • เกร็ดน่ารู้เพิ่มเติม:
  • - นอร์เวย์ขนาดย่อ (Norway in Miniature): เกาะเซนญ่าได้รับฉายานี้ เพราะมีภูมิประเทศที่รวบรวมทุกความโดดเด่นของนอร์เวย์ไว้ในเกาะเดียว ทั้งภูเขาสูงชัน ฟยอร์ดลึก ป่าสน และชายหาดทราย
  • - เส้นทางชมวิวแห่งชาติ: ถนนบนเกาะเซนญ่าเป็น 1 ใน 18 เส้นทางขับรถชมวิวระดับประเทศของนอร์เวย์ ที่รัฐบาลตั้งใจออกแบบจุดพักรถและจุดชมวิวด้วยสถาปัตยกรรมล้ำสมัยให้กลมกลืนกับธรรมชาติ
  • - เทือกเขาฟันปีศาจ (Okshornan): เป็นแลนด์มาร์กสำคัญบนเกาะ มีลักษณะเป็นยอดเขาหินแหลมๆ เรียงต่อกัน มองดูคล้ายซี่ฟันขนาดใหญ่ริมมหาสมุทร

Narvik Panoramic Vistas - นั่งกระเช้าสู่ยอดเขา และชมสะพานข้ามฟยอร์ด

ชม "เมืองนาร์วิค" (Narvik) เมืองท่าสำคัญทางตอนเหนือที่ถูกโอบล้อมด้วยเขาและท้องทะเลกว้างไกลครับ

  • จุดเด่น: นั่งเคเบิลคาร์ขึ้นสู่ "ยอดเขานาร์วิกฟเยลเลต" (Narvikfjellet) ที่ความสูง 656 เมตร ชมวิวเมืองนาร์วิคและฟยอร์ดจากมุมสูง และเดินทางสู่ "จุดชมวิวสะพาน Tjeldsundbrua" สะพานแขวนที่ทอดยาวข้ามทะเล เชื่อมแผ่นดินใหญ่กับหมู่เกาะเข้าด้วยกัน เป็นจุดชมวิวที่สะท้อนความสวยงามของธรรมชาติทางตอนเหนือได้อย่างดีครับ
  • เกร็ดน่ารู้เพิ่มเติม:
  • - เมืองท่าที่น้ำไม่เคยแข็ง: แม้จะอยู่เหนืออาร์กติกเซอร์เคิล แต่ท่าเรือนาร์วิคกลับไม่เคยกลายเป็นน้ำแข็งในฤดูหนาวเลย เพราะได้รับอิทธิพลความอบอุ่นจากกระแสน้ำอุ่นกัลฟ์สตรีม (Gulf Stream)
  • - สมรภูมินาร์วิค (Battle of Narvik): ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมืองนี้เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่เยอรมนีต้องการยึดครองเพื่อควบคุมเส้นทางขนส่งแร่เหล็ก จนเกิดเป็นการสู้รบทางเรือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของนอร์เวย์
  • - เส้นทางรถไฟแร่เหล็ก (Ofotbanen): เป็นหนึ่งในเส้นทางรถไฟสายเหนือสุดของยุโรป สร้างทะลุภูเขาเพื่อใช้ขนส่งแร่เหล็กจากสวีเดนมายังท่าเรือนาร์วิค

Tromso & Sami Culture - นั่งเคเบิลคาร์ชมเมือง และเรียนรู้วิถีชนเผ่าซามี

เจาะลึกเมือง "ทรอมโซ่" (Tromso) เมืองหลวงของแถบอาร์กติกที่เต็มไปด้วยความคึกคัก และวัฒนธรรมพื้นเมืองครับ

  • จุดเด่น: นั่งเคเบิลคาร์ "Fjellheisen" ขึ้นสู่ยอดเขาสโตรสไตเนิน ชมวิวเมืองทรอมโซ่จากมุมสูง และไปสัมผัสวิถีชีวิตชนพื้นเมืองที่ "ฟาร์มกวางเรนเดียร์" (Reindeer Farm) เราจะได้ป้อนอาหารน้องกวาง และนั่งผิงไฟฟังเรื่องราวทางวัฒนธรรมจากไกด์ชาวซามีตัวจริงกันเลยครับ
  • เกร็ดน่ารู้เพิ่มเติม:
  • - ปารีสแห่งอาร์กติก: ทรอมโซ่ได้รับฉายานี้ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 เพราะเป็นเมืองท่าที่ผู้คนแต่งตัวแฟชั่นทันสมัย และเป็นจุดเริ่มต้นของคณะนักสำรวจขั้วโลกเหนือหลายคณะ
  • - ชนเผ่าซามี (Sami): เป็นชนเผ่าพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในเขตแลปแลนด์ (ตอนเหนือของนอร์เวย์ สวีเดน ฟินแลนด์ และรัสเซีย) มีวัฒนธรรม ภาษา และเครื่องแต่งกายที่สืบทอดกันมายาวนาน
  • - กวางเรนเดียร์: สัตว์ที่มีความสำคัญที่สุดของชาวซามี ใช้เป็นทั้งพาหนะ อาหาร และเสื้อผ้า ปัจจุบันในนอร์เวย์ การทำฟาร์มกวางเรนเดียร์ถูกสงวนสิทธิ์ไว้ให้เฉพาะผู้ที่มีเชื้อสายซามีเท่านั้นครับ

Oslo Capital City - เมืองแห่งสถาปัตยกรรมและประติมากรรมระดับโลก

เริ่มต้นและปิดท้ายทริปที่ "กรุงออสโล" (Oslo) เมืองหลวงที่ผสมผสานประวัติศาสตร์ยุคไวกิ้งเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัวครับ

  • จุดเด่น: เดินชม "สวนประติมากรรมวิกเกอลันด์" (Vigeland Sculpture Park) ชมเสาหินโมโนลิธที่มีศิลปะสะท้อนวัฏจักรชีวิตมนุษย์ และแวะถ่ายรูปกับ "ศาลาว่าการกรุงออสโล" อาคารอิฐแดงซึ่งเป็นสถานที่จัดงานมอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ และไปช้อปปิ้งของฝากชิลล์ๆ บนถนนคนเดิน คาร์ล โยฮันส์ เกต (Karl Johans gate) ครับ
  • เกร็ดน่ารู้เพิ่มเติม:
  • - รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ: ในขณะที่รางวัลโนเบลสาขาอื่นๆ จะจัดพิธีมอบที่กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน แต่ "สาขาสันติภาพ" จะถูกจัดขึ้นที่ศาลาว่าการกรุงออสโลแห่งนี้เท่านั้น (ตามความประสงค์ในพินัยกรรมของ อัลเฟรด โนเบล)
  • - สวนวิกเกอลันด์ (Vigeland Park): เป็นสวนประติมากรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่สร้างโดยศิลปินเพียงคนเดียว (กุสตาฟ วิกเกอลันด์ - Gustav Vigeland) ใช้เวลาสร้างนานกว่า 20 ปี มีรูปปั้นสัมฤทธิ์และหินแกรนิตรวมกว่า 200 ชิ้น
  • - เสาโมโนลิธ (The Monolith): ไฮไลต์ของสวนวิกเกอลันด์ เป็นเสาหินแกรนิตแกะสลักรูปมนุษย์ 121 คนที่กำลังปีนป่ายตะเกียกตะกายขึ้นสู่ยอดเสา สื่อถึงการดิ้นรนและความปรารถนาในการเข้าถึงจิตวิญญาณเบื้องบนของมนุษย์
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy