ทัวร์นิวซีแลนด์ เกาะใต้ ชมแสงใต้ – Bluff, Dunedin, Kaikoura – 10 วัน

SKU : 2707-BF0802-260009

฿189,900

คำอธิบายสินค้าแบบย่อ

ล่องเรือชม Sperm Whale | นั่งรถ Argo ชมสัตว์ป่าหายาก Natures Wonders Dunedin | ขึ้น Helicopter ชม Fox Glacier (มี.ค.-ก.ค.70 / บิน Qantas)

รายละเอียดสินค้า

Summary & Route Overview: ทัวร์นิวซีแลนด์ เกาะใต้ ชมแสงใต้ - Bluff, Dunedin, Kaikoura - 10 วัน

เที่ยวนิวซีแลนด์เกาะใต้ (New Zealand South Island) 10 วัน 8 คืน ผ่านเส้นทางธรรมชาติทั้ง ทะเลสาบสีเทอร์ควอยซ์ เทือกเขา ธารน้ำแข็ง และฟยอร์ดระดับโลก พร้อมชมเสน่ห์เมืองเก่าและชุมชนริมชายฝั่ง เปิดประสบการณ์ชมสัตว์ป่าและภูมิประเทศหลากหลาย ตั้งแต่เทือกเขาแอลป์ตอนใต้ไปจนถึงปลายเกาะทางใต้ของนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นจุดที่มีโอกาสเห็นแสงใต้ ในฤดูหนาว และ Shoulder Season (ไหล่ฤดู) ได้ดีที่สุดครับ

Highlight Trip
  • ล่องเรือชมก้อนน้ำแข็งและธารน้ำแข็งที่ Tasman Glacier ท่ามกลางทิวทัศน์ของอุทยานแห่งชาติ Aoraki Mount Cook
  • นั่งเฮลิคอปเตอร์ชมธารน้ำแข็ง Fox Glacier และหุบเขาจากมุมสูง
  • ล่องเรือ Milford Sound Cruise ชมฟยอร์ด หน้าผาสูงชัน และน้ำตกท่ามกลางภูมิประเทศมรดกโลก
  • ชมทะเลสาบสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ที่ Lake Tekapo และ Lake Pukaki พร้อมวิวเทือกเขา Mount Cook
  • ชมทะเลสาบ Lake Wanaka ที่ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาสูงและไร่องุ่นผลิตไวน์
  • เดินทางเข้าสู่เมือง Bluff เมืองปลายสุดทางตอนใต้ของประเทศ ชมทางหลวงหมายเลข 1 และ Stirling Point Lighthouse
  • นั่งรถสะเทินน้ำสะเทินบก Argo สำรวจชายฝั่ง Dunedin พร้อมตามหาสัตว์ป่าหายาก เช่น เพนกวินตาเหลือง (Hoiho) และแมวน้ำ
  • ล่องเรือ Kaikoura Whale Watching ออกสู่ทะเลเพื่อตามชมวาฬสเปิร์มและสัตว์ทะเลตามธรรมชาติ
  • สัมผัสอัลปาก้าขนปุยอย่างใกล้ชิดที่ Shamarra Alpacas พร้อมชมวิวอ่าว Akaroa จากเนินเขา
  • เดินชมสถาปัตยกรรมและเรื่องราวเมืองเก่าของนิวซีแลนด์ ตั้งแต่ Dunedin Railway Station ไปจนถึง Larnach Castle

Internal Flight: พร้อมบินภายใน 1 เที่ยว (จาก ดะนีดิน ไป ไครสต์เชิร์ช)

เส้นทาง: กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) - ซิดนีย์ (ออสเตรเลีย/Transit) - ไครสต์เชิร์ช - เทคาโป - ควีนส์ทาวน์ - มิลฟอร์ดซาวน์ - อินเวอร์คาร์กิลล์ - บลัฟ - ดันนีดิน - (บินภายใน) - ไครสต์เชิร์ช - ไคคูร่า - ไครสต์เชิร์ช - ซิดนีย์ (ออสเตรเลีย/Transit) - กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ)

ดูโปรแกรมทัวร์ และรายละเอียดแบบเต็มเพิ่มเติม คลิ๊กปุ่มด้านล่างนี้ได้เลยครับ (Update 12.10.2026)


อัตราค่าบริการ & Itinerary

กำหนดการเดินทาง (Travel Periods) 2570

  • มีนาคม - กรกฎาคม 2570: 18-27 มี.ค. 70 / 27 พ.ค.- 5 มิ.ย. 70 / 16-25 ก.ค. 70
  • เมษายน - พฤษภาคม 2570 (สงกรานต์/วันแรงงาน): 9-18 เม.ย. 70 / 1-10 พ.ค. 70
อัตราค่าบริการ (บาท)มี.ค. - ก.ค. 70สงกรานต์ / วันแรงงาน
ราคาผู้ใหญ่ พักห้องคู่หรือ เด็ก 1 ท่านพักกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน189,900199,900
พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ35,00040,000
เด็กอายุ 2 - 11 ปี (พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน)179,900189,900
ชั้นธุรกิจเพิ่มเงินจากราคาทัวร์เริ่มต้นที่ท่านละ
(ราคาสามารถยืนยันได้ก็ต่อเมื่อที่นั่ง confirm เท่านั้น)
100,000-190,000
ไม่เอาตั๋ว BKK-CHC- BKK ของสายการบิน QF หักค่าใช้จ่าย30,00035,000

สรุปรายการอาหาร & โรงแรมที่พัก

วันที่เช้ากลางวันเย็นโรงแรมที่พัก (Hotel) / เที่ยวบินช้อปปิ้ง
1--[เที่ยวบิน]
  • นัดพบ สุวรรณภูมิ 15.00 น.
  • บินออก 18.00 น.
  • ถึง Sydney (แวะเปลี่ยนเครื่อง) 07.35 น. (Day 2)
  • บินออก 10.20 น. (Day 2)
  • ถึง Christchurch 15.25 น. (Day 2)
-
2[เที่ยวบิน][เที่ยวบิน]ทานกับทัวร์Crowne Plaza Christchurch, an IHG Hotel
หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐
-
3ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์Peppers Bluewater Resort Lake Tekapo
หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐
ร้าน Farmers Corner
(สินค้าพื้นเมือง ผลิตภัณฑ์จากแกะ ครีมรกแกะ
เซรั่ม และพรมขนแกะ) - เมืองแอชเบอร์ตัน
4ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์Millennium Hotel Queenstown
หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐
-
5ทานกับทัวร์ทานอาหารบนเรือ ระหว่างล่องชม
Milford Sound
ทานกับทัวร์Millennium Hotel Queenstown
หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐
-
6ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์Ascot Park Hotel Invercargill
หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐
-
7ทานกับทัวร์Special Menu
กุ้งมังกรและหอยเป๋าฮื้อทะเลใต้
ณ ภัตตาคารจีน
ทานกับทัวร์Scenic Hotel Dunedin City
หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐
-
8ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์Crowne Plaza Christchurch, an IHG Hotel
หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐
-
9ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์Novotel Christchurch Cathedral Square
หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐
-
10[เที่ยวบิน][เที่ยวบิน][เที่ยวบิน]
  • บินออก สนามบินไครสต์เชิร์ช 06.00 น.
  • ถึง Sydney ออสเตรเลีย (แวะเปลี่ยนเครื่อง) 07.35 น.
  • บินออก 10.20 น.
  • ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ 16.10 น.
-

ตารางการเดินทางรายวัน (Daily Itinerary)

วันที่ 1: กรุงเทพมหานคร

  • 15.00 น. คณะพร้อมกันที่ เคาน์เตอร์เช็คอิน N ประตูทางเข้าที่ 7 อาคารผู้โดยสารขาออก สายการบินแควนตัสแอร์เวย์ (Qantas Airways) ณ สนามบินสุวรรณภูมิ โดยมีเจ้าหน้าที่และมัคคุเทศก์คอยอำนวยความสะดวก
  • 18.00 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินซิดนีย์ (SYD) ประเทศออสเตรเลีย โดยสายการบินแควนตัสแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QF24 (ใช้เวลาบินประมาณ 9.35 ชม. / มีบริการอาหารเย็นและอาหารเช้าบนเครื่องบิน)
  • อาหาร: เช้า (-) / กลางวัน (-) / ค่ำ (บนเครื่อง)
  • ที่พัก: - (พักค้างคืนบนเครื่องบิน)

วันที่ 2: ซิดนีย์ ไครสต์เชิร์ช

  • 07.35 น. เดินทางถึง สนามบินซิดนีย์ (SYD) ประเทศออสเตรเลีย แวะเปลี่ยนเที่ยวบิน
  • 10.20 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินไครสต์เชิร์ช (CHC) ประเทศนิวซีแลนด์ โดยเที่ยวบินที่ QF137 (ใช้เวลาบินประมาณ 3.05 ชม. / มีบริการอาหารกลางวันบนเครื่องบิน)
  • 15.25 น. เดินทางถึง สนามบินไครสต์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์ นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ข้อควรระวัง: ห้ามนำอาหารสดและพืชผักเข้าประเทศโดยเด็ดขาด)
  • เมืองไครสต์เชิร์ช (Christchurch) [เดินทางเข้าสู่/เดินชม] เมืองที่ใหญ่ที่สุดของเกาะใต้ ซึ่งได้รับสมญานามว่า "เมืองอังกฤษนอกเกาะอังกฤษ"
  • สวนแฮกลีย์ (Hagley Park) [เดินชม] สวนพฤกษศาสตร์และสวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางเมืองไครสต์เชิร์ช เปรียบเสมือนปอดของเมืองที่มีธรรมชาติสวยงามในทุกฤดูกาล
  • มหาวิหารกระดาษแข็ง (Cardboard Cathedral) [แวะถ่ายรูป] โบสถ์ที่สร้างจากกระดาษแข็งโดยสถาปนิกชาวญี่ปุ่น เพื่อใช้ชั่วคราวแทนมหาวิหารไครสต์เชิร์ชที่พังถล่มจากแผ่นดินไหวในปี 2011
  • อาหาร: เช้า (บนเครื่อง) / กลางวัน (บนเครื่อง) / ค่ำ (ณ ภัตตาคารท้องถิ่น)
  • ที่พัก: Crowne Plaza Christchurch, an IHG Hotel ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐

วันที่ 3: คาสเซิลฮิลล์ เมืองแอชเบอร์ตัน ทะเลสาบเทคาโป โบสถ์แห่งผู้เลี้ยงแกะ

  • เช้า: คาสเซิลฮิลล์ (Castle Hill) [แวะถ่ายรูป/เดินชม] เดินทางสู่เนินเขาหินปูนขนาดยักษ์ในภูมิภาคแคนเทอร์เบอร์รี ซึ่งเป็นพื้นที่ปีนหน้าผาหินที่โด่งดังและได้รับความนิยม
  • บ่าย: เมืองแอชเบอร์ตัน (Ashburton) [เดินทางเข้าสู่] เมืองในทุ่งราบแคนเทอร์เบอร์รีที่โดดเด่นด้านการทำฟาร์มเลี้ยงแกะและวัว
  • ฟาร์มเมอร์ส คอร์นเนอร์ (Farmers Corner) [เข้าชม/อิสระช้อปปิ้ง] ร้านขายของฝากพื้นเมืองและผลิตภัณฑ์จากแกะ (ครีมรกแกะ เซรั่ม พรมขนแกะ) พร้อมให้ท่านได้ป้อนอาหารตัวอัลปาก้าอย่างใกล้ชิดที่ฟาร์มด้านหลังร้าน
  • ทะเลสาบเทคาโป (Lake Tekapo) [เดินทางเข้าสู่/ชมวิว] ทะเลสาบสีเทอร์ควอยซ์อันโด่งดัง (สีเกิดจากแร่ธาตุผสมธารน้ำแข็ง) ที่มีฉากหลังเป็นเทือกเขาเมาท์คุก (Mount Cook)
  • โบสถ์แห่งผู้เลี้ยงแกะ (Church of the Good Shepherd) [แวะถ่ายรูป] โบสถ์หินขนาดเล็กริมทะเลสาบเทคาโป สร้างขึ้นในปี 1935 เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่นักบุกเบิก ถือเป็นจุดถ่ายภาพและชมดาวที่สวยงามและได้รับความนิยมที่สุดแห่งหนึ่งของโลก (พื้นที่ Aoraki Mackenzie International Dark Sky Reserve)
  • อาหาร: เช้า (ณ ห้องอาหารของโรงแรม) / กลางวัน (ณ ภัตตาคารจีน) / ค่ำ (ณ ภัตตาคารท้องถิ่น)
  • ที่พัก: Peppers Bluewater Resort Lake Tekapo ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐

วันที่ 4: ทะเลสาบปูคากิ ล่องเรือชมธารน้ำแข็งทัสมาน - นั่งเฮลิคอปเตอร์ชมธารน้ำแข็ง Fox Glacier เมืองโอมาราม่า ทะเลสาบวานากา - เมืองควีนส์ทาวน์

  • เช้า: ทะเลสาบปูคากิ (Lake Pukaki) [แวะถ่ายรูป/ชมวิว] ทะเลสาบแบบอัลไพน์ที่ใหญ่ที่สุดในนิวซีแลนด์ โดดเด่นด้วยผืนน้ำสีฟ้าเทอร์ควอยซ์และวิวระดับ Million Dollar View ที่มองเห็นเทือกเขาเมาท์คุก
  • ล่องเรือธารน้ำแข็งทัสมาน (Tasman Glacier Boat Trip) [ใช้บริการ] ล่องเรือชมความยิ่งใหญ่ของก้อนน้ำแข็งยักษ์ที่แตกตัวลงสู่ทะเลสาบสีเทาฟ้า ณ อุทยานแห่งชาติเมาท์คุก (หมายเหตุ: อนุญาตเฉพาะผู้ที่มีอายุ 4 ปีขึ้นไป และขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ หากเรือล่องไม่ได้จะเปลี่ยนเป็นกิจกรรม Jet Boat ที่ควีนส์ทาวน์แทน)
  • เฮลิคอปเตอร์ชมธารน้ำแข็งฟ็อกซ์ (Fox Glacier Helicopter Flight) [ใช้บริการ] นั่งเฮลิคอปเตอร์บินชมทัศนียภาพหุบเขาและธารน้ำแข็ง Fox Glacier จากมุมสูง (ใช้เวลาประมาณ 30 นาที) ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกและเห็นวิวที่สวยที่สุด
  • บ่าย: เมืองโอมาราม่า (Omarama) [เดินทางผ่าน] เมืองเล็กๆ น่ารักระหว่างทางที่รายล้อมด้วยทุ่งหญ้าเลี้ยงม้า วัว และแกะ
  • ทะเลสาบวานากา (Lake Wanaka) [แวะชม/ถ่ายรูป] ทะเลสาบที่สวยงาม โอบล้อมด้วยภูเขาสูงและไร่องุ่นผลิตไวน์ชื่อดัง
  • เมืองควีนส์ทาวน์ (Queenstown) [เดินทางเข้าสู่] เมืองท่องเที่ยวชื่อดังริมทะเลสาบวาคาติปู (Lake Wakatipu) ที่ถูกขนานนามว่าเป็นเมืองหลวงแห่งการผจญภัยของโลก (Adventure Capital of the World)
  • อาหาร: เช้า (ณ ห้องอาหารของโรงแรม) / กลางวัน (ณ ภัตตาคารท้องถิ่น) / ค่ำ (ณ ภัตตาคารไทย)
  • ที่พัก: Millennium Hotel Queenstown ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า (พักคืนที่ 1) ⭐⭐⭐⭐

วันที่ 5: มิลฟอร์ดซาวน์ - ล่องเรือชมมิลฟอร์ดซาวน์

  • เช้า: อุทยานแห่งชาติมิลฟอร์ดซาวน์ (Milford Sound) [เดินทางเข้าสู่] เดินทางผ่านทะเลสาบเตอานาว (Te Anau Lake) เข้าสู่ดินแดนฟยอร์ดแลนด์ (Fiordland) มรดกโลกทางธรรมชาติของขั้วโลกใต้
  • ทะเลสาบกระจก (Mirror Lakes) [แวะถ่ายรูป] ทะเลสาบที่ผิวน้ำใสราวกระจก สะท้อนภาพภูเขาฉากหลังอย่างงดงาม ตั้งอยู่บนเส้นทางไฮเวย์มรดกโลก (The Milford Road)
  • บ่าย: ล่องเรือมิลฟอร์ดซาวน์ (Milford Sound Cruise) [ใช้บริการ] ล่องเรือชมสิ่งมหัศจรรย์อันดับ 8 ของโลก ฟยอร์ดที่เกิดจากการกัดเซาะของธารน้ำแข็งโบราณ โอบล้อมด้วยหน้าผาสูงชัน พร้อมชมความยิ่งใหญ่ของ "น้ำตกโบเวน" (Bowen Falls) สูง 160 เมตร (หมายเหตุ: หากหิมะตกหนักจนเดินทางสู่มิลฟอร์ดซาวน์ไม่ได้ จะเปลี่ยนเป็นล่องเรือทะเลสาบวาคาทีปูสู่ Walter Peak High Country Farm แทน)
  • อาหาร: เช้า (ณ ห้องอาหารของโรงแรม) / กลางวัน (รับประทานอาหารท้องถิ่นบนเรือระหว่างล่องเรือ) / ค่ำ (ณ ภัตตาคารไทย)
  • ที่พัก: Millennium Hotel Queenstown ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า (พักคืนที่ 2) ⭐⭐⭐⭐

วันที่ 6: วินตัน อินเวอร์คาร์กิลล์ (เมืองใต้สุดของนิวซีแลนด์) - เมืองบลัฟ - สเตอร์ลิงพอยต์ - ประภาคารสเตอร์ลิงพอยต์

  • เช้า: เมืองวินตัน (Winton) [เมืองผ่าน] เมืองชนบทและเมืองบริการทางการเกษตรในภูมิภาคเซาท์แลนด์ ซึ่งเติบโตจากการทำฟาร์มแกะและโคนม
  • เมืองอินเวอร์คาร์กิลล์ (Invercargill) [เดินทางเข้าสู่] เมืองทางใต้สุดและตะวันตกสุดของเกาะใต้นิวซีแลนด์
  • อนุสาวรีย์อินเวอร์คาร์กิลล์ (Invercargill Cenotaph) [แวะถ่ายรูป] อนุสรณ์สถานสงครามที่สร้างขึ้นเพื่อไว้อาลัยแก่กองทัพนิวซีแลนด์ที่เสียชีวิตในสงครามและสมรภูมิต่างๆ
  • บ่าย: เมืองบลัฟ (Bluff) [เดินทางเข้าสู่] เมืองท่าและชุมชนชาวยุโรปถาวรที่เก่าแก่ที่สุดในนิวซีแลนด์ ซึ่งถูกใช้เรียกขานเป็นปลายสุดทางตอนใต้ของประเทศ
  • สเตอร์ลิงพอยต์ (Stirling Point) [แวะถ่ายรูป] จุดเริ่มต้น (และสิ้นสุด) ของทางหลวงหมายเลข 1 ถ่ายรูปกับ "ป้ายบอกทางสเตอร์ลิงพอยต์" สีเหลืองอันโด่งดังที่ชี้บอกระยะทางไปยังเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลก
  • ประภาคารสเตอร์ลิงพอยต์ (Stirling Point Lighthouse) [แวะถ่ายรูป] ประภาคารลายเส้นขาวดำที่โดดเด่นตัดกับท้องฟ้าสีครามและน้ำทะเล เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมริมชายฝั่ง
  • อาหาร: เช้า (ณ ห้องอาหารของโรงแรม) / กลางวัน (ณ ภัตตาคารท้องถิ่น) / ค่ำ (ณ ภัตตาคารท้องถิ่น)
  • ที่พัก: Ascot Park Hotel Invercargill ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐

วันที่ 7: เมืองดันนีดิน โบสถ์แห่งแรกของโอทาโก - มหาวิทยาลัยโอทาโก ถนนบอลด์วิน สถานีรถไฟแห่งดันนีดิน ปราสาทลาร์นัค - นั่งรถอาร์โกขับเคลื่อน 8 ล้อ

  • เช้า: เมืองดันนีดิน (Dunedin) [เดินทางเข้าสู่] เมืองท่องเที่ยวที่ได้รับการขนานนามว่า "สกอตแลนด์แห่งนิวซีแลนด์"
  • โบสถ์แห่งแรกของโอทาโก (First Church of Otago) [แวะถ่ายรูป] โบสถ์นิกายเพรสไบเทเรียนแห่งแรกของเมือง โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมยุคศตวรรษที่ 19
  • ถนนบอลด์วิน (Baldwin Street) [เดินชม] ถนนที่ถูกบันทึกลงกินเนสส์บุ๊กว่า "ชันที่สุดในโลก" ด้วยระดับความชันถึง 38 องศา
  • มหาวิทยาลัยโอทาโก (University of Otago) [ผ่านชม] มหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดของนิวซีแลนด์ และเป็นแห่งเดียวที่เปิดสอนคณะทันตแพทยศาสตร์
  • สถานีรถไฟแห่งดันนีดิน (Dunedin Railway Station) [แวะถ่ายรูป] สิ่งก่อสร้างที่สำคัญและสวยงามที่สุดของเมือง โดดเด่นด้วยการใช้หินบะซอลต์สีดำและศิลปะก่อสร้างแบบเฟลมิช พร้อมหอนาฬิกาสูง 37 เมตร
  • บ่าย: ปราสาทลาร์นัค (Larnach Castle) [เข้าชม] ปราสาทแห่งเดียวในนิวซีแลนด์ สร้างขึ้นในปี 1871 โดยนักการธนาคารชาวออสเตรเลีย ซึ่งเต็มไปด้วยเรื่องราวโศกนาฏกรรมอาถรรพ์และประวัติศาสตร์ที่น่าค้นหา
  • เนเจอร์ วันเดอร์ (Nature's Wonders) [ร่วมกิจกรรม/ใช้บริการ] นั่งรถอาร์โก (Argo) ขับเคลื่อน 8 ล้อสะเทินน้ำสะเทินบก ลัดเลาะบนเนินเขาเลียบชายฝั่งเพื่อชมสัตว์ป่าหายาก เช่น เพนกวินตาเหลือง เพนกวินสีฟ้า แมวน้ำขน นกกาน้ำ และนกอัลบาทรอส
  • อาหาร: เช้า (ณ ห้องอาหารของโรงแรม) / กลางวัน (เมนูพิเศษ!! กุ้งมังกรและเป๋าฮื้อ ณ ภัตตาคารจีน) / ค่ำ (ในโรงแรมที่พัก)
  • ที่พัก: Scenic Hotel Dunedin City ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐

วันที่ 8: เมืองดันนีดิน ไครสต์เชิร์ชฟาร์มชามาร์ราอัลปาก้า

  • 08.20 น. นำท่านเดินทางสู่ สนามบินดันนีดิน (DUD)
  • 11.20 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินไครสต์เชิร์ช (CHC) โดยสายการบินแอร์นิวซีแลนด์ (Air New Zealand) เที่ยวบินที่ NZ5746 (ใช้เวลาบินประมาณ 1.05 ชม.)
  • 12.25 น. เดินทางถึง สนามบินไครสต์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์
  • ฟาร์มชามาร์ราอัลปาก้า (Shamarra Alpacas) [เข้าชม/ร่วมกิจกรรม] เดินทางประมาณ 1.20 ชม. เพื่อเยี่ยมชมฟาร์มที่ตั้งอยู่บนเนินภูเขาไฟที่ดับแล้วในอ่าว Akaroa ซึ่งเป็นบ้านของฝูงอัลปาก้ากว่า 170 ตัว ท่านจะได้สัมผัส เรียนรู้ และถ่ายรูปกับอัลปาก้าขนปุยอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางทัศนียภาพของท่าเรือและหุบเขาแบบพาโนรามา
  • อาหาร: เช้า (ณ ห้องอาหารของโรงแรม) / กลางวัน (ณ ภัตตาคารจีน) / ค่ำ (ณ ภัตตาคารท้องถิ่น)
  • ที่พัก: Crowne Plaza Christchurch, an IHG Hotel ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐

วันที่ 9: เมืองไคคูร่า - ล่องเรือชมปลาวาฬไคคูร่า

  • เช้า: เมืองไคคูร่า (Kaikoura) [เดินทางเข้าสู่] เมืองน่ารักริมฝั่งทะเลทางตะวันออก อดีตศูนย์กลางการล่าปลาวาฬ (ปี 1843-1922) ปัจจุบันมีชื่อเสียงระดับโลกด้านการจัดทัวร์ชมวาฬ
  • บ่าย: ล่องเรือชมปลาวาฬไคคูร่า (Kaikoura Whale Watching) [ใช้บริการ] ลงเรือยอร์ชลำใหญ่ (ความจุ 40-50 คน) มุ่งสู่กลางทะเลเพื่อชม "วาฬสเปิร์ม" (Sperm Whale) สัตว์ที่สง่างามที่สุดในโลกอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีโอกาสได้พบกับโลมาสีเทา นกทะเล แมวน้ำ และวาฬสายพันธุ์อื่นๆ (หมายเหตุ: การออกเรือขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ หากมีพายุจะคืนค่าล่องเรือให้ และไม่อนุญาตให้เด็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบขึ้นเรือ)
  • เมืองไครสต์เชิร์ช (Christchurch) [เดินทางเข้าสู่] ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางกลับสู่เมืองไครสต์เชิร์ช
  • อาหาร: เช้า (ณ ห้องอาหารของโรงแรม) / กลางวัน (ณ ภัตตาคารท้องถิ่น) / ค่ำ (ณ ภัตตาคารไทย)
  • ที่พัก: Novotel Christchurch Cathedral Square ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐

วันที่ 10: ไครสต์เชิร์ช ซิดนีย์ - กรุงเทพมหานคร

  • 03.00 น. นำท่านเดินทางสู่ สนามบินไครสต์เชิร์ช (CHC) เพื่อเช็คอิน
  • 06.00 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินซิดนีย์ (SYD) ประเทศออสเตรเลีย โดยสายการบินแควนตัสแอร์เวย์ (Qantas Airways) เที่ยวบินที่ QF140 (ใช้เวลาบินประมาณ 3.35 ชม. / บริการอาหารเช้าบนเครื่องบิน)
  • 07.35 น. เดินทางถึง สนามบินซิดนีย์ แวะเปลี่ยนเครื่อง
  • 10.20 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยเที่ยวบินที่ QF23 (ใช้เวลาบินประมาณ 9.50 ชม. / บริการอาหารกลางวันและอาหารเย็นบนเครื่องบิน)
  • 16.10 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ
  • อาหาร: เช้า (บนเครื่อง) / กลางวัน (บนเครื่อง) / ค่ำ (บนเครื่อง)
  • ที่พัก: -

ดูโปรแกรมทัวร์ และรายละเอียดแบบเต็มเพิ่มเติม คลิ๊กปุ่มด้านล่างนี้ได้เลยครับ (Update 12.10.2026)


ไฮไลต์การเดินทาง & รีวิวจุดเด่น (Highlights)

Aurora Australis & Dark Sky Reserve - ลุ้นชมแสงใต้ออโรร่า และดูดาวในเขตอนุรักษ์ระดับโลก

ชมปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของซีกโลกใต้ครับ

  • จุดเด่น: นอกจากเที่ยวธรรมชาติ และสถานที่เด่นของนิวซีแลนด์ในตอนกลางวันแล้ว อีกหนึ่งไฮไลต์ใหญ่ของทริปนี้คือช่วงกลางคืน ที่เราจะมีโอกาสได้ชม "แสงใต้" (Aurora Australis) เพราะเราจะได้เข้าพักที่เมืองทางตอนใต้สุดอย่าง "อินเวอร์คาร์กิลล์" (Invercargill) และบริเวณ "ทะเลสาบเทคาโป" (Lake Tekapo) ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดสากล (Dark Sky Reserve) ทำให้สามารถลุ้นชมแสงใต้และทางช้างเผือกได้จากบริเวณที่พักกันเลยครับ
  • เกร็ดน่ารู้เพิ่มเติม:
    • ฤดูกาลล่าแสงใต้: การชมแสงใต้จะมีความโดดเด่นที่แตกต่างกัน 2 ช่วง คือ "ช่วงฤดูหนาว" (มิ.ย.-ส.ค.) ซึ่งมีเวลากลางคืนยาวนาน เพิ่มโอกาสในการมองเห็นได้ง่าย และ "ช่วงไหล่ฤดู" (มี.ค.-เม.ย. และ ก.ย.-ต.ค.) ซึ่งเป็นช่วงปรากฏการณ์วิษุวัต (Equinox) ที่สนามแม่เหล็กโลกทำมุมรับลมสุริยะได้พอดี ทำให้แสงใต้ในช่วงนี้มักจะรุนแรงและมีสีสันสว่างมากที่สุดในรอบปีครับ
    • Aoraki Mackenzie International Dark Sky Reserve: เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดบริเวณทะเลสาบเทคาโป มีพื้นที่กว้างถึง 4,300 ตารางกิโลเมตร ถือเป็น 1 ใน 8 เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีการควบคุมการใช้แสงไฟในเมืองอย่างเข้มงวดเพื่อไม่ให้รบกวนการดูดาว
    • โบสถ์คนเลี้ยงแกะ (Church of the Good Shepherd): แลนด์มาร์กสำคัญริมทะเลสาบเทคาโปที่มักใช้เป็นฉากหน้าในการถ่ายภาพทางช้างเผือกและแสงใต้ โบสถ์หินแห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1935 โดยไม่ใช้ปูนซีเมนต์ แต่ใช้การเรียงหินก้อนต่อก้อนด้วยภูมิปัญญาช่างยุคเก่า

Ultimate Glacier & Fiordland - ล่องเรือธารน้ำแข็งทัสมาน บินเฮลิคอปเตอร์ และมิลฟอร์ดซาวน์

สัมผัสความยิ่งใหญ่ของมรดกโลกทางธรรมชาติและธารน้ำแข็งอายุนับหมื่นปีครับ

  • จุดเด่น: "ล่องเรือชมธารน้ำแข็งทัสมาน" (Tasman Glacier Boat Trip) ชมก้อนน้ำแข็งยักษ์ที่แตกตัวลงสู่ทะเลสาบแบบใกล้ๆ และไป "นั่งเฮลิคอปเตอร์" บินชมความอลังการของธารน้ำแข็งฟ็อกซ์ (Fox Glacier) จากนั้นไปล่องเรือชมสิ่งมหัศจรรย์อันดับ 8 ของโลก "มิลฟอร์ดซาวน์" (Milford Sound) ฟยอร์ดที่เกิดจากการกัดเซาะของธารน้ำแข็งโบราณที่งดงามเกินบรรยายครับ
  • เกร็ดน่ารู้เพิ่มเติม:
    • สิ่งมหัศจรรย์อันดับ 8: รัดยาร์ด คิปลิง (Rudyard Kipling) นักเขียนรางวัลโนเบลชาวอังกฤษ เป็นผู้ขนานนามมิลฟอร์ดซาวน์ว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับ 8 ของโลก หลังจากที่เขาได้เดินทางมาเห็นความอลังการของยอดเขาไมเทอร์พีค (Mitre Peak) ที่ตั้งพุ่งตรงจากผิวน้ำสู่ท้องฟ้า
    • น้ำแร่ที่บริสุทธิ์ที่สุด: น้ำในทะเลสาบธารน้ำแข็งทัสมาน เกิดจากการละลายของน้ำแข็งอายุกว่า 300-500 ปี ซึ่งมีความบริสุทธิ์สูงมาก ไกด์ล่องเรือมักจะสกัดก้อนน้ำแข็งที่ลอยอยู่ในทะเลสาบมาให้นักท่องเที่ยวได้ลองสัมผัสและชิมกันแบบสดๆ
    • ปรากฏการณ์น้ำสองชั้น: มิลฟอร์ดซาวน์มีระบบนิเวศทางน้ำที่แปลกประหลาด คือมีชั้นน้ำจืดสีเข้ม (จากฝนที่ตกลงมาชะล้างสารแทนนินในป่า) ลอยทับอยู่บนชั้นน้ำเค็มจากทะเล ทำให้แสงแดดส่องลงไปได้ยาก สัตว์ทะเลน้ำลึกอย่างปะการังสีดำ (Black Coral) จึงสามารถเติบโตได้ในน้ำตื้นอย่างน่าอัศจรรย์

Kaikoura Whale Watching - ล่องเรือยอร์ชตามหาวาฬสเปิร์มกลางมหาสมุทร

ผจญภัยกลางทะเลเปิด ชมสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ใหญ่ที่สุดในโลกครับ

  • จุดเด่น: เดินทางสู่เมือง "ไคคูร่า" (Kaikoura) ศูนย์กลางการชมวาฬที่โด่งดังที่สุดของนิวซีแลนด์ เพื่อลงเรือยอร์ชลำใหญ่ออกสู่ทะเลเปิดตามหา "วาฬสเปิร์ม" (Sperm Whale) สัตว์สง่างามแห่งท้องทะเล พร้อมโอกาสในการเจอกับโลมาสีเทา (Dusky Dolphin) และแมวน้ำที่มักจะแวะเวียนเข้ามาว่ายน้ำเล่นข้างเรือครับ
  • เกร็ดน่ารู้เพิ่มเติม:
    • หุบเขาใต้น้ำไคคูร่า: เหตุผลที่วาฬสเปิร์มอาศัยอยู่ที่นี่ตลอดทั้งปี เพราะนอกชายฝั่งไคคูร่ามี "หุบเหวใต้น้ำ" (Kaikoura Canyon) ที่ลึกกว่า 1,000 เมตร ทำให้เกิดกระแสน้ำผุดที่พัดเอาสารอาหารและฝูงหมึกยักษ์ (อาหารโปรดของวาฬ) ขึ้นมาสู่ผิวน้ำ
    • โซนาร์ธรรมชาติ (Echolocation): วาฬสเปิร์มมีสมองที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาสัตว์โลกทั้งหมด และใช้ระบบระบุตำแหน่งด้วยเสียงสะท้อนที่ทรงพลังที่สุดในการส่งคลื่นเสียงกระทบวัตถุ เพื่อล่าปลาหมึกยักษ์ในความมืดมิดใต้ทะเลลึก
    • ความหมายของเมืองอาหารทะเล: ในภาษาเมารี คำว่า "Kai" แปลว่า อาหาร และ "Koura" แปลว่า กุ้งเครย์ฟิช (Crayfish) เมืองไคคูร่าจึงแปลตรงตัวว่า "แหล่งกินกุ้ง" ซึ่งในปัจจุบันกุ้งมังกรก็ยังคงเป็นเมนูซีฟู้ดชื่อดังที่นักท่องเที่ยวต้องมาลองเมื่อมาเยือนเมืองนี้

Dunedin Wildlife & Larnach Castle - ชมปราสาทแห่งเดียวของนิวซีแลนด์ และนั่งรถอาร์โกชมสัตว์ป่า

ชมความคลาสสิกของสถาปัตยกรรมสไตล์สกอตแลนด์ กับการผจญภัยแบบออฟโรดชมสัตว์ป่าหายากครับ

  • จุดเด่น: เยือน "เมืองดันนีดิน" (Dunedin) เอดินบะระแห่งซีกโลกใต้ เข้าชม "ปราสาทลาร์นัค" (Larnach Castle) ปราสาทแห่งเดียวของนิวซีแลนด์ที่มีเรื่องราวประวัติศาสตร์น่าค้นหา ถ่ายรูปกับ "สถานีรถไฟแห่งดันนีดิน" สุดคลาสสิก และเดินทางไป "นั่งรถอาร์โกสะเทินน้ำสะเทินบก 8 ล้อ" (Argo) บนเนินเขาเลียบชายฝั่งเพื่อส่องสัตว์ป่าหายาก ทั้งเพนกวินตาเหลือง เพนกวินสีฟ้า และแมวน้ำขน (Fur Seals) ตามธรรมชาติครับ
  • เกร็ดน่ารู้เพิ่มเติม:
    • ปราสาทแห่งเดียวของนิวซีแลนด์: ปราสาทลาร์นัคสร้างขึ้นในปี 1871 โดย วิลเลียม ลาร์นัค (William Larnach) นายธนาคารผู้มั่งคั่ง เพื่อเป็นของขวัญให้ภรรยา โดยใช้วัสดุก่อสร้างสุดหรูที่นำเข้าจากทั่วโลก ทั้งหินอ่อนอิตาลี แก้วจากเวนิส และไม้ซุงจากอเมริกาเหนือ
    • สถานีรถไฟขนมปังขิง: สถานีรถไฟดันนีดิน (Dunedin Railway Station) ได้รับการออกแบบในสไตล์ฟื้นฟูเรเนสซองส์ที่ปราณีต จนผู้คนตั้งฉายาให้ว่าเป็น "สถานีขนมปังขิง" (Gingerbread House) พื้นด้านในปูด้วยกระเบื้องโมเสก Royal Doulton กว่า 725,000 ชิ้น
    • เพนกวินตาเหลือง (Hoiho): เป็นหนึ่งในสายพันธุ์เพนกวินที่หายากที่สุดในโลก พบได้เฉพาะในนิวซีแลนด์เท่านั้น พวกมันมีนิสัยขี้อายและรักสันโดษมาก การใช้รถ Argo ทำให้เราสามารถเข้าใกล้พื้นที่อนุรักษ์ตามแนวชายฝั่งคาบสมุทรโอทาโก (Otago Peninsula) ได้โดยไม่ทำลายหน้าดินและไม่รบกวนสัตว์

Southland Extremes & Alpaca Farm - เช็คอินจุดใต้สุดของประเทศ และใกล้ชิดฝูงอัลปาก้า

เที่ยวชมแลนด์มาร์กสำคัญ และสัมผัสความน่ารักของฟาร์มสัตว์สไตล์นิวซีแลนด์แท้ๆ ครับ

  • จุดเด่น: เช็คอินที่ "เมืองบลัฟ" (Bluff) ถ่ายรูปคู่กับป้ายบอกทางยอดฮิตที่ "สเตอร์ลิงพอยต์" (Stirling Point) จุดสิ้นสุดทางหลวงและจุดใต้สุดของเกาะใต้นิวซีแลนด์ ก่อนไปรับความสดใสกันที่ "ฟาร์มชามาร์ราอัลปาก้า" (Shamarra Alpacas) ซึ่งตั้งอยู่บนเนินภูเขาไฟที่ดับแล้ว เราจะได้ป้อนอาหารและสัมผัสความนุ่มของฝูงอัลปาก้ากว่า 100 ตัว ท่ามกลางวิวพาโนรามาของหุบเขาและอ่าวอาคารัวที่สวยงามครับ
  • เกร็ดน่ารู้เพิ่มเติม:
    • เมืองหอยนางรม: เมืองบลัฟไม่ได้มีแค่ป้ายสเตอร์ลิงพอยต์ แต่ยังโด่งดังไปทั่วโลกในฐานะแหล่งกำเนิด "หอยนางรมบลัฟ" (Bluff Oysters) ที่เติบโตในน่านน้ำทะเลโฟโวซ์ (Foveaux Strait) อันเย็นยะเยือก ทำให้มีเนื้อแน่น รสชาติหวานและเข้มข้นเป็นเอกลักษณ์
    • ป้ายรวมระยะทางโลก: ป้ายบอกทางที่ Stirling Point ถูกตั้งขึ้นครั้งแรกในปี 1960 เพื่อบอกระยะทางและทิศทางจากจุดใต้สุดของเกาะใต้ ไปยังเมืองสำคัญต่างๆ ทั่วโลก (เช่น ลอนดอน โตเกียว นิวยอร์ก) รวมถึงบอกระยะทางไปเส้นศูนย์สูตรและขั้วโลกใต้ด้วย
    • ทองคำแห่งเทือกเขาแอนดีส: อัลปาก้าเป็นสัตว์พื้นเมืองของอเมริกาใต้ แต่ถูกนำมาเพาะพันธุ์ที่นิวซีแลนด์ ขนของอัลปาก้าไม่มีไขมันลาโนลิน (Lanolin) เหมือนขนแกะ ทำให้ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ (Hypoallergenic) มีน้ำหนักเบา อุ่นกว่าขนแกะ และได้รับการยกย่องว่าเป็นเส้นใยที่หรูหราดั่งทองคำ
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy