ทัวร์ออสเตรเลีย ล่าแสงใต้ Tasmania – 10 วัน

SKU : 2709-BF0802-260006

฿189,900

คำอธิบายสินค้าแบบย่อ

ล่องเรือ Tasman Island Cruise | เข้าชมอุทยานแห่งชาติ Cradle Mountain และ Freycinet | ชม Little Fairy Penguin ที่ Bicheno (เม.ย.-ก.ย.70 / บิน Thai Airways)

รายละเอียดสินค้า

Summary & Route Overview: ทัวร์ออสเตรเลีย ล่าแสงใต้ Tasmania - 10 วัน

ทัวร์ Tasmania ออสเตรเลีย 10 วัน 7 คืน เส้นทางชมธรรมชาติและเมืองเก่าแก่ของออสเตรเลีย ตั้งแต่ชายฝั่งและภูเขาหินของ Tasman Peninsula สู่ผืนป่าและทะเลสาบของ Cradle Mountain พร้อมเปิดประสบการณ์ชมสัตว์พื้นถิ่น ชิมไวน์และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น รวมถึงตามหา แสงใต้ (Aurora Australis) ท่ามกลางธรรมชาติอันสมบูรณ์ของเกาะแทสมาเนียครับ

Highlight Trip
  • ล่องเรือ Tasman Island Cruise ชมหน้าผา ถ้ำทะเล และภูมิประเทศชายฝั่งอันโดดเด่นในเขตอุทยานแห่งชาติแทสมัน
  • เรียนรู้ประวัติศาสตร์เรือนจำยุคอาณานิคมที่ Port Arthur Historical Site
  • พบกับ Tasmanian Devil และชมสัตว์พื้นถิ่นของแทสมาเนียอย่างใกล้ชิด
  • ชมวิวชายฝั่งและเดินเทรลท่ามกลางธรรมชาติที่ Wineglass Bay และ Cradle Mountain
  • ตามล่า แสงใต้ (Aurora Australis) ในช่วงกลางคืน พร้อมออกเดินทางไปยังจุดชมวิวตามสภาพอากาศ (ออกชม 2 คืน)
  • เฝ้าชมฝูง Fairy Penguins เดินกลับขึ้นฝั่งในช่วงพลบค่ำที่ Bicheno
  • ชิมไวน์ท้องถิ่นจาก Moores Hill Estate พร้อมสัมผัสบรรยากาศไร่องุ่นใน Tamar Valley
  • เข้าชม Bridestowe Lavender Estate ฟาร์มผลิตลาเวนเดอร์ชื่อดัง
  • เดินชมอาคารสถาปัตยกรรมเก่าแก่ และบรรยากาศเมืองลอนเซสตัน (Launceston) แห่ง Tasmania
  • ชมแกลเลอรีศิลปะกลางแจ้ง ณ เมืองแห่งจิตรกรรมฝาผนัง Sheffield
  • เดินทางข้ามทะเลด้วยเรือเฟอร์รี่ยักษ์ Spirit of Tasmania พร้อมพักผ่อนบนเรือ 1 คืน จากเมือง Devonport สู่ Melbourne

Internal Flight: พร้อมบินภายใน 1 เที่ยว (จาก Melbourne ไป Hobart)

เส้นทาง: กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) - เมลเบิร์น - (บินภายใน) - โฮบาร์ต (แทสมาเนีย) - พอร์ตอาเธอร์ - อุทยานแห่งชาติเฟรซิเนท์ - บิเชโน (ดูเพนกวินนางฟ้า) - ลอนเซสตัน - อุทยานแห่งชาติเครเดิลเมาน์เทน - ท่าเรือดาเวนพอร์ท - (นั่งเรือข้ามฟาก) - เมลเบิร์น - กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ)

ดูโปรแกรมทัวร์ และรายละเอียดแบบเต็มเพิ่มเติม คลิ๊กปุ่มด้านล่างนี้ได้เลยครับ (Update 07.10.2026)


อัตราค่าบริการ & Itinerary

กำหนดการเดินทาง (Travel Periods) 2570

  • เมษายน - กันยายน 2570: 8 - 17 เม.ย. 70 / 1 - 10 พ.ค. 70 / 27 พ.ค. - 5 มิ.ย. 70 / 15 - 24 ก.ค. 70 / 27 ก.ค. - 5 ส.ค. 70 / 11 - 20 ส.ค. 70 / 3 - 12 ก.ย. 70
อัตราค่าบริการ (บาท)เม.ย. - ก.ย. 2570
ราคาผู้ใหญ่ พักห้องคู่หรือ เด็ก 1 ท่านพักกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน189,900
พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ45,000
เด็กอายุ 2-11 ปี (พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน)185,900
ชั้นธุรกิจเพิ่มเงินจากราคาทัวร์เริ่มต้นที่ท่านละ(ราคาสามารถยืนยันเมื่อที่นั่ง confirm เท่านั้น)
เฉพาะเที่ยวบิน TG เท่านั้น BKK-MEL-BKK
100,000 - 150,000
ไม่เอาตั๋วเครื่องบิน (ผู้ใหญ่) (BKK-MEL-BKK)25,000
กรณีมีวีซ่าแล้ว หรือ ไม่ต้องยื่นวีซ่าหักค่าใช้จ่าย (วีซ่าออสเตรเลีย)4,000

ราคาทัวร์ข้างต้น รวม ค่าวีซ่าออสเตรเลีย, ทิปไกด์, และ ทิปคนขับรถแล้ว

สรุปรายการอาหาร & โรงแรมที่พัก

วันที่เช้ากลางวันเย็นโรงแรมที่พัก (Hotel) / เที่ยวบินช้อปปิ้ง
1--[เที่ยวบิน]
  • นัดพบ สุวรรณภูมิ 16.30 น.
  • บินออก 19.40 น.
  • ถึง เมลเบิร์น ออสเตรเลีย 07.30 น. (Day 2)
  • บินออก 12.00 น. (Day 2)
  • ถึง Hobart, Tasmania 13.20 น. (Day 2)
-
2[เที่ยวบิน]มื้อทานเองอิสระ
สนามบินเมลเบิร์น (MEL)
Special Menu
กุ้งมังกร ณ ภัตตาคารจีน
Hotel Grand Chancellor Hobart
หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐
-
3ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์Hotel Grand Chancellor Hobart
หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐
-
4ทานกับทัวร์Special Menu
เมนูซีฟู้ด ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
ทานกับทัวร์Freycinet Lodge
หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐
-
5ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์Diamond Island Resort & Bicheno Penguin Show
หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐
-
6ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์Hotel Grand Chancellor Launceston
หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐
-
7ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์Cradle Mountain Hotel
หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐
-
8ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์ร้านอาหารบนเรือ
Spirit of Tasmania
ห้องพักบนเรือเฟอร์รี่ Spirit of Tasmania-
9ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์Special Menu
กุ้งมังกรและเป๋าฮื้อ
ณ ภัตตาคารจีน
  • บินออก สนามบินเมลเบิร์น (MEL) 23.30 น.
ตลาดควีนวิกตอเรีย (Queen Victoria Market)
- เมืองเมลเบิร์น
10[เที่ยวบิน]--
  • ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ 06.00 น.
-

ตารางการเดินทางรายวัน (Daily Itinerary)

วันที่ 1: กรุงเทพมหานคร

  • 16.30 น. คณะพร้อมกันที่ เคาน์เตอร์เช็คอิน H-J (แถว H-J) ประตูทางเข้าที่ 6-7 อาคารผู้โดยสารสายการบินไทย (Thai Airways) ณ สนามบินสุวรรณภูมิ โดยมีเจ้าหน้าที่และมัคคุเทศก์คอยอำนวยความสะดวก
  • 19.40 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินเมลเบิร์น (MEL) ประเทศออสเตรเลีย โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG465 (ใช้เวลาบินประมาณ 8.50 ชม. / มีบริการอาหารค่ำและอาหารเช้าบนเครื่องบิน)
  • อาหาร: เช้า (-) / กลางวัน (-) / ค่ำ (บนเครื่อง)
  • ที่พัก: - (พักค้างคืนบนเครื่องบิน)

วันที่ 2: เมลเบิร์น

  • 07.30 น. เดินทางถึง สนามบินเมลเบิร์น (MEL) ประเทศออสเตรเลีย นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร
  • 09.00 น. นำท่านเช็คอินเคาน์เตอร์ สายการบินเจ็ทสตาร์ แอร์เวย์ส (Jetstar Airways) เพื่อเตรียมตัวบินภายในประเทศสูรัฐแทสมาเนีย (อิสระรับประทานอาหารกลางวันภายในสนามบิน)
  • 12.00 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินโฮบาร์ต (HBA) โดยเที่ยวบิน JQ... (ใช้เวลาบินประมาณ 1.20 ชม. / หมายเหตุ: โปรแกรมไม่ได้ระบุหมายเลขเที่ยวบิน JQ ที่ชัดเจน)
  • 13.20 น. เดินทางถึง สนามบินโฮบาร์ต (Hobart) รัฐแทสมาเนีย
  • เมืองโฮบาร์ต (Hobart) [เดินทางเข้าสู่/เดินชม] เมืองหลวงของรัฐแทสมาเนีย และเมืองเก่าแก่อันดับ 2 ของออสเตรเลีย อุดมไปด้วยบรรยากาศเมืองเก่าริมปากแม่น้ำเดอร์เวนท์
  • ถนนอลิซาเบธ (Elizabeth St Mall) [แวะชม] ศูนย์รวมข้อมูลนักท่องเที่ยวและที่ทำการไปรษณีย์หลัก
  • ซาลาแมนกาเพลส (Salamanca Place) [แวะชม] ชุมชนเล็กๆ ที่เรียงรายด้วยตึกเก่าและอาคารโบราณในยุคอาณานิคมอังกฤษ
  • ย่านแบตเตอรี่พ้อยน์ท (Battery Point) [แวะชม] เขตชุมชนโบราณสมัยอาณานิคมยุคต้นๆ นำท่านผ่านชมหมู่อาคารโบราณ เช่น Arthur Circus Cottages, โบสถ์เซนต์จอร์จ (St. George's Anglican Church) และพิพิธภัณฑ์ Van Diemen's Land Folk Museum
  • อาหาร: เช้า (บนเครื่อง) / กลางวัน (อิสระภายในสนามบิน) / ค่ำ (เมนูพิเศษ!! กุ้งมังกร ณ ภัตตาคารจีน)
  • ที่พัก: Hotel Grand Chancellor Hobart ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า (พักคืนที่ 1) ⭐⭐⭐⭐

วันที่ 3: พอร์ตอาเธอร์ - ล่องเรือสู่เกาะแทสมัน - แหล่งประวัติศาสตร์พอร์ตอาร์เธอร์

  • เช้า: พอร์ตอาเธอร์ (Port Arthur) [เดินทางเข้าสู่] ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.20 ชม. สู่อดีตเมืองคุกแห่งคาบสมุทรแทสมันที่มีฉลามชุกชุม
  • ล่องเรือเกาะแทสมัน (Tasman Island Cruise) [ใช้บริการ] นั่งเรือผจญภัยสู่เกาะแทสมัน ชมความยิ่งใหญ่ของหน้าผาริมทะเลที่สูงลิบในเขตอุทยานแห่งชาติแทสมัน (หมายเหตุ: การออกเรือขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ หากมีพายุไม่สามารถออกเรือได้ บริษัทฯ จะคืนค่าล่องเรือให้ และไม่อนุญาตให้เด็กอายุต่ำกว่า 4 ขวบขึ้นเรือเพื่อความปลอดภัย)
  • แทสมันอาร์ก (Tasman Arch) [ชมวิวจากเรือ] หน้าผารูปทรงแปลกตาคล้ายถ้ำหรืออุโมงค์ขนาดใหญ่ที่เกิดจากคลื่นทะเลซัดกระแทก
  • โบลว์โฮล (Blow Hole) และ เดวิลคิทเช่น (Devil Kitchen) [ชมวิวจากเรือ] ชมหน้าผาหินทรายที่ถูกคลื่นซัดจนทะลุเป็นโพรงใต้น้ำ ทำให้น้ำทะเลพวยพุ่งขึ้นสูงราวกับน้ำพุ และชมหน้าผารูปทรงแปลกตา พร้อมโอกาสพบเห็นสัตว์ทะเลอย่างแมวน้ำและโลมา
  • บ่าย: แหล่งประวัติศาสตร์พอร์ตอาร์เธอร์ (Port Arthur Historical Site) [เข้าชม] หนึ่งในสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของออสเตรเลีย อดีตคุกจองจำนักโทษอุกฉกรรจ์กว่า 1,000 ชีวิตในช่วงศตวรรษที่ 18-19 นำท่านผ่านชมโรงนอน ห้องพักนักโทษ และโบสถ์
  • อาหาร: เช้า (ณ ห้องอาหารของโรงแรม) / กลางวัน (ณ ภัตตาคารท้องถิ่น) / ค่ำ (ณ ภัตตาคารท้องถิ่น)
  • ที่พัก: Hotel Grand Chancellor Hobart ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า (พักคืนที่ 2) ⭐⭐⭐⭐

วันที่ 4: สวนอนุรักษ์แทสมาเนียนเดวิล อุทยานแห่งชาติเฟรซิเนท์ อ่าวไวน์กลาสเบย์

  • เช้า: สวนอนุรักษ์แทสมาเนียนเดวิล (Tasmanian Devil Conservation Park) [เข้าชม] ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.10 ชม. สู่สวนอนุรักษ์เพื่อชมความน่ารักของสัตว์เจ้าถิ่นแห่งเกาะแทสมาเนีย "แทสมาเนียนเดวิล" สัตว์คุ้มครองที่ถูกขึ้นทะเบียนมาตั้งแต่ปี 1941
  • บ่าย: อุทยานแห่งชาติเฟรซิเนท์ (Freycinet National Park) [เดินทางเข้าสู่] ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.40 ชม. สู่เทือกเขาสีเขียวที่บรรจบกับน้ำทะเลสีฟ้า
  • อ่าวไวน์กลาสเบย์ (Wineglass Bay) [เดินชม/แวะถ่ายรูป] ชมทิวทัศน์เหนืออ่าวที่มีลักษณะโค้งเว้าคล้ายแก้วไวน์ ซึ่งมีหาดทรายสีขาวและน้ำทะเลใสแจ๋ว อิสระให้ท่านเดินเล่นและเก็บภาพความประทับใจ พร้อมชมนกทะเลและดอกไม้ป่านานาชนิด
  • ค่ำ: กิจกรรมตามล่าหาแสงใต้ (Aurora Australis Hunting) [ร่วมกิจกรรม] (เฉพาะช่วงเวลาพลบค่ำถึง 03.00 น.) หัวหน้าทัวร์จะพาท่านออกเดินทางไปยังจุดชมวิวเพื่อตามล่า "แสงใต้" ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่สวยงามที่สุดบนท้องฟ้ายามค่ำคืน (หมายเหตุ: การมองเห็นแสงใต้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ทางบริษัทไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะเห็น 100%)
  • อาหาร: เช้า (ณ ห้องอาหารของโรงแรม) / กลางวัน (เมนูซีฟู้ด ณ ภัตตาคารท้องถิ่น) / ค่ำ (ณ ภัตตาคารท้องถิ่น)
  • ที่พัก: Freycinet Lodge ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐

วันที่ 5: ประภาคารเคปตูร์วิลล์ เมืองสวอนซี เมืองบิเชโน - ชมเพนกวินนางฟ้า

  • เช้า: ประภาคารเคปตูร์วิลล์ (Cape Tourville Lighthouse) [แวะชม] เดินเทรลระยะสั้นเพื่อชมประภาคารและวิวทิวทัศน์อันงดงามของชายฝั่งทะเลแทสมัน พร้อมชมยอดเขาหินแกรนิตสีชมพูในอุทยานแห่งชาติ Freycinet
  • เมืองสวอนซี (Swansea) [เดินทางเข้าสู่] เมืองทางฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของอ่าว Great Oyster ซึ่งเป็นเขตเทศบาลแห่งแรกในออสเตรเลียที่ก่อตั้งขึ้นหลังจากโฮบาร์ตและซิดนีย์ (ก่อตั้งปี 1821)
  • บ่าย: เมืองบิเชโน (Bicheno) [เดินทางเข้าสู่] หมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ อันเงียบสงบ ขึ้นชื่อเรื่องชายหาดสีขาวละเอียดที่เรียงรายด้วยหินแกรนิตปกคลุมด้วยไลเคนสีส้ม
  • 17.00 น. กิจกรรมชมเพนกวินนางฟ้า (Fairy Penguins) [เข้าชม] ในเวลาพลบค่ำ นำท่านเฝ้าดูความน่ารักของฝูง "เพนกวินนางฟ้า" เดินเตาะแตะขึ้นจากทะเลกลับเข้าสู่โพรงของพวกมันอย่างใกล้ชิด (หมายเหตุ: นักท่องเที่ยวต้องงดใช้เสียงและห้ามรบกวนเพนกวินโดยเด็ดขาด)
  • อาหาร: เช้า (ณ ห้องอาหารของโรงแรม) / กลางวัน (ณ ภัตตาคารท้องถิ่น) / ค่ำ (ณ ภัตตาคารท้องถิ่น)
  • ที่พัก: Diamond Island Resort & Bicheno Penguin Show ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐

วันที่ 6: เซนต์เฮเลนส์ - เบย์ออฟไฟร์ หุบเขาทามาร์ ชมไร่องุ่น - เมืองลอนเซสตัน

  • เช้า: เมืองเซนต์เฮเลนส์ (St. Helens) [เดินทางเข้าสู่] เมืองตากอากาศชื่อดังทางตอนเหนือของเกาะแทสมาเนีย ที่มีชื่อเสียงด้านการแข่งตกปลา
  • เบย์ออฟไฟร์ (Bay of Fires) [แวะชม/ถ่ายรูป] ชายหาดที่โดดเด่นด้วยทรายสีขาว น้ำทะเลใส และหินแกรนิตสีน้ำตาลส้มซึ่งเกิดจากการเกาะตัวของไลเคน (ชื่ออ่าวได้มาจากการที่กัปตันโทเบียสเห็นชนพื้นเมืองจุดกองไฟบนหาดในปี 1773)
  • อนุสรณ์ไม้แกะสลักแด่ผู้ล่วงลับ (Legerwood Carved Memorial Trees) [แวะถ่ายรูป] แวะเมืองเลเกอร์วูด (Legerwood) เพื่อชมต้นไม้แกะสลักที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ทหารที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 1
  • หมู่บ้านลาเวนเดอร์ไบรด์สโตว์ (Bridestowe Lavender Estate) [เข้าชม/อิสระช้อปปิ้ง] ฟาร์มผลิตลาเวนเดอร์ชื่อดังที่ก่อตั้งโดยชาวอังกฤษตั้งแต่ปี 1921 อิสระให้ท่านถ่ายรูปกับทุ่งสีม่วงและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากลาเวนเดอร์
  • บ่าย: หุบเขาทามาร์ (Tamar Valley) [เดินทางเข้าสู่] หุบเขาที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของรัฐแทสเมเนีย ขึ้นชื่อในเรื่องไร่องุ่นและโรงเก็บไวน์
  • ไร่องุ่น Moores Hill Estate [เข้าชม/ชิมไวน์] เยี่ยมชมโรงผลิตไวน์พลังงานแสงอาทิตย์ 100% แห่งแรกของรัฐ พร้อมทดลองชิมไวน์หลากหลายชนิด เช่น Riesling, Pinot Gris และ Pinot Noir
  • เมืองลอนเซสตัน (Launceston) [เดินทางเข้าสู่] เมืองเก่าแก่ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของเกาะแทสมาเนีย ตั้งอยู่ต้นแม่น้ำทามาร์ โอบล้อมด้วยภูเขาเขียวขจี
  • อาหาร: เช้า (ณ ห้องอาหารของโรงแรม) / กลางวัน (ณ ภัตตาคารท้องถิ่น) / ค่ำ (ณ ภัตตาคารไทย)
  • ที่พัก: Hotel Grand Chancellor Launceston ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐

วันที่ 7: เมืองลอนเซสตัน - โบสถ์อัครสาวก ประตูผลิตภัณฑ์นมแอชโกรฟ - อุทยานแห่งชาติเครเดิลเมาน์เทน

  • เช้า: เมืองลอนเซสตัน (Launceston) [เดินชม] ชมอาคารสถาปัตยกรรมเก่าแบบโกธิก โบสถ์ประจำเมือง และที่ทำการไปรษณีย์เก่าแก่ที่มีหอนาฬิกา
  • ซิตี้ปาร์ค (City Park) [เดินชม] สวนพฤกษศาสตร์ของเมืองที่โดดเด่นด้วยดอกวิสทีเรีย (Wisteria) ไม้เลื้อยที่สวยและหอมที่สุด
  • โบสถ์อัครสาวก (The Church of the Apostles) [เข้าชม] โบสถ์คาทอลิกสไตล์ฟื้นฟูกอทิกที่ออกแบบอย่างประณีต สร้างในปี 1886
  • ประตูผลิตภัณฑ์นมแอชโกรฟ (Ashgrove Dairy Door) [เข้าชม/ร่วมกิจกรรม] ฟาร์มผลิตภัณฑ์นมชื่อดัง เพลิดเพลินกับเจลาโต้ทำสดใหม่ ชมการทำงานของผู้ผลิตชีส และอิสระเลือกซื้อชีสชนิดพิเศษกลับเป็นของฝาก
  • บ่าย: อุทยานแห่งชาติเครเดิลเมาน์เทน (Cradle Mountain National Park) [เดินทางเข้าสู่] ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชม. สู่พื้นที่ภูเขาที่สูงเป็นอันดับ 6 ในแทสเมเนีย (สูง 1,545 เมตร) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
  • ค่ำ: กิจกรรมตามล่าหาแสงใต้ รอบที่ 2 (Aurora Australis Hunting) [ร่วมกิจกรรม] ในเวลาพลบค่ำ หัวหน้าทัวร์จะพาท่านออกล่าแสงใต้อีกครั้งเพื่อเพิ่มโอกาสในการมองเห็นปรากฏการณ์ธรรมชาติอันงดงาม
  • อาหาร: เช้า (ณ ห้องอาหารของโรงแรม) / กลางวัน (ณ ภัตตาคารจีน) / ค่ำ (ณ ภัตตาคารท้องถิ่น)
  • ที่พัก: Cradle Mountain Hotel ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐

วันที่ 8: อุทยานแห่งชาติเครเดิลเมาน์เทน - ทะเลสาบโดฟ - เมืองเชฟฟิลด์ - ขึ้นเรือข้ามฟากสู่เมลเบิร์น

  • เช้า: อุทยานแห่งชาติเครเดิลเมาน์เทน (Cradle Mountain) [เดินชม] นำท่านเดินไปตามทางเดินไม้เพื่อชมยอดเขาที่สูงตระหง่านและธรรมชาติอันสมบูรณ์
  • ทะเลสาบโดฟ (Dove Lake) [เดินเทรล] ทะเลสาบน้ำใสบริสุทธิ์ที่เกิดจากการละลายของหิมะ ให้ท่านเดินเล่นบนเส้นทางยาว 5.7 กม. (ใช้เวลาเดินประมาณ 2 ชม.) ชมวิวแบบพาโนรามาและถ่ายรูปกับโรงเรือเก่าแก่ (สร้างปี 1940) ที่มีฉากหลังเป็นยอดเขา Cradle Mountain
  • บ่าย: เมืองเชฟฟิลด์ (Sheffield) [เดินทางเข้าสู่/เดินชม] เมืองแห่งจิตรกรรมฝาผนัง (Town of Murals) เพลิดเพลินกับแกลเลอรีศิลปะกลางแจ้งที่ถูกวาดอย่างสร้างสรรค์บนกำแพงอาคารทั่วเมือง
  • ท่าเรือดาเวนพอร์ท (Devonport) [เดินทางเข้าสู่] นำท่านเดินทางสู่ท่าเรือเพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับแผ่นดินใหญ่
  • เรือเฟอร์รี่ข้ามฟาก (Spirit of Tasmania) [ใช้บริการ] เช็คอินขึ้นเรือเฟอร์รี่ลำยักษ์เพื่อเดินทางข้ามทะเลสู่เมืองเมลเบิร์น (เรือใช้เวลาข้ามฟากประมาณ 11 ชั่วโมง แนะนำให้ท่านเตรียมกระเป๋าสัมภาระใบเล็กสำหรับพักค้างคืนบนเรือ)
  • อาหาร: เช้า (ณ ห้องอาหารของโรงแรม) / กลางวัน (ณ ภัตตาคารท้องถิ่น) / ค่ำ (ณ ร้านอาหารในเรือ Spirit of Tasmania)
  • ที่พัก: ห้องพักบนเรือเฟอร์รี่ข้ามฟาก Spirit of Tasmania

วันที่ 9: เมืองเมลเบิร์น จัตุรัสเฟดเดอเรชั่น สแควร์ โบสถ์เซนต์แพทริค ตลาดควีนวิกตอเรีย

  • 06.00 น. เรือเทียบท่า ณ ท่าเรือ เมืองเมลเบิร์น (Melbourne) นำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองที่ได้รับสมญานามว่าน่าอยู่ที่สุดในโลก
  • จัตุรัสเฟดเดอเรชั่น สแควร์ (Federation Square) [ผ่านชม] จุดเชื่อมศูนย์กลางเมืองกับแม่น้ำยาร์ร่า
  • สวนฟิตซรอย (Fitzroy Garden) และ บ้านกัปตันคุ๊ก (Captain Cook Cottage) [ผ่านชม/แวะถ่ายรูป] สวนสาธารณะใจกลางเมือง และแวะถ่ายรูปกับบ้านของนักสำรวจชาวอังกฤษผู้ค้นพบออสเตรเลีย
  • บ่าย: โบสถ์เซนต์แพทริค (St.Patrick Cathedral) [แวะถ่ายรูป] โบสถ์โรมันคาทอลิกสไตล์โกทิกที่มียอดหอคอยสูงกว่า 105 เมตร
  • ตลาดควีนวิกตอเรีย (Queen Victoria Market) [อิสระช้อปปิ้ง] ตลาดใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในซีกโลกใต้ ให้ท่านเดินเลือกซื้อผลไม้ท้องถิ่น ของฝาก และสินค้าพื้นเมือง (หมายเหตุ: ตลาดปิดทำการในวันจันทร์และพุธ หากตรงกับวันดังกล่าว ทางทัวร์จะนำท่านเที่ยวชมสถานที่อื่นแทน)
  • 19.30 น. นำท่านเดินทางสู่ สนามบินเมลเบิร์น ทัลลามารีน (MEL) เพื่อเช็คอิน
  • 23.30 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพมหานคร โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG462 (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 9.35 ชม. / บริการอาหารค่ำและอาหารเช้าบนเครื่องบิน)
  • อาหาร: เช้า (ณ ห้องอาหารภายในเรือ) / กลางวัน (ณ ภัตตาคารไทย) / ค่ำ (เมนูพิเศษ!! กุ้งมังกรและเป๋าฮื้อ ณ ภัตตาคารจีน)
  • ที่พัก: - (พักค้างคืนบนเครื่องบิน)

วันที่ 10: กรุงเทพมหานคร

  • 06.00 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร โดยสวัสดิภาพ
  • อาหาร: เช้า (-) / กลางวัน (-) / ค่ำ (-)
  • ที่พัก: -

ดูโปรแกรมทัวร์ และรายละเอียดแบบเต็มเพิ่มเติม คลิ๊กปุ่มด้านล่างนี้ได้เลยครับ (Update 07.10.2026)


ไฮไลต์การเดินทาง & รีวิวจุดเด่น (Highlights)

Aurora Australis Hunting - ล่าแสงใต้ออโรร่า ณ ดินแดนแทสมาเนีย

ชมปรากฏการณ์ธรรมชาติระดับโลกโดยไม่ต้องบินไกลไปถึงขั้วโลกเหนือครับ

  • จุดเด่น: รัฐแทสมาเนีย (Tasmania) คือหนึ่งในไม่กี่สถานที่บนโลกที่สามารถมองเห็น "แสงใต้" (Aurora Australis) ได้ ทริปนี้เราจะได้ออกตามล่าแสงใต้กันถึง 2 คืนครับ (นั่งรถไปยังจุดที่มืดสนิทและคาดว่าจะเห็นได้ชัดเจนที่สุด)
  • เกร็ดน่ารู้เพิ่มเติม:
    • แสงใต้ vs แสงเหนือ: แสงใต้ (Aurora Australis) เกิดจากหลักการเดียวกับแสงเหนือ แต่ด้วยภูมิประเทศของซีกโลกใต้ที่เข้าถึงได้ยากกว่า (พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นมหาสมุทร) ทำให้แสงใต้มีความเอ็กซ์คลูซีฟ และมักจะเห็นสีที่แปลกตาอย่างสีชมพู สีม่วง หรือสีแดง ได้ชัดเจนกว่าทางฝั่งขั้วโลกเหนือ
    • ทำไมต้องแทสมาเนีย?: เกาะแทสมาเนียตั้งอยู่ใกล้กับขั้วแม่เหล็กโลกใต้มากที่สุดแห่งหนึ่ง ประกอบกับมีพื้นที่ธรรมชาติที่ปราศจากมลภาวะทางแสง (Light Pollution) ทำให้ที่นี่เป็นจุดชมแสงใต้ที่ดีที่สุดของออสเตรเลีย
    • ทะเลเรืองแสง: ในช่วงที่เกิดแสงใต้ หากโชคดีอาจได้เห็นปรากฏการณ์ "Bioluminescence" หรือแพลงก์ตอนเรืองแสงสีฟ้าตามแนวชายหาดของแทสมาเนียควบคู่ไปด้วย เป็นภาพความมหัศจรรย์แบบคูณสองเหมือนเวทมนตร์ก็ว่าได้ครับ

Spirit of Tasmania Cruise - นอนเรือข้ามฟากระดับตำนาน

เดินทางข้ามช่องแคบบนโรงแรมลอยน้ำครับ

  • จุดเด่น: เช็คอินขึ้นเรือเฟอร์รี่ลำใหญ่ "Spirit of Tasmania" ข้ามทะเลจากแทสมาเนียกลับสู่เมลเบิร์น นักท่องเที่ยวจะได้นอนหลับพักผ่อนในห้องพักเคบินบนเรือแบบสะดวกสบาย และตื่นมาพบกับเมืองเมลเบิร์นในช่วงเช้า เป็นอีกประสบการณ์การท่องเที่ยวแทนการนั่งรถ หรือเครื่องบินครับ
  • เกร็ดน่ารู้เพิ่มเติม:
    • ช่องแคบบาสส์ (Bass Strait): ผืนน้ำที่คั่นระหว่างแผ่นดินใหญ่ออสเตรเลียและเกาะแทสมาเนีย เคยได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในช่องแคบที่คลื่นลมแรงที่สุดในโลก แต่ปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีของเรือ Spirit of Tasmania ที่มีระบบกันโคลง (Stabilizer) รุ่นใหม่ล่าสุด ทำให้การเดินทางราบรื่นและนุ่มนวล
    • เรือยักษ์ 10 ชั้น: Spirit of Tasmania ไม่ใช่แค่เรือข้ามฟากธรรมดา แต่มีขนาดใหญ่ถึง 10 ชั้น ภายในมีทั้งร้านอาหาร บาร์ เลานจ์ชมวิว โรงภาพยนตร์ และห้องพักส่วนตัว ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังล่องเรือสำราญขนาดย่อมๆ
    • ระยะเวลาเดินทาง: การล่องเรือข้ามช่องแคบนี้ใช้เวลาประมาณ 9-11 ชั่วโมง (ระยะทางราว 429 กิโลเมตร) ซึ่งเป็นระยะเวลาที่แมตช์กับการนอนหลับพักผ่อนแบบเต็มอิ่ม 1 คืนพอดี

Tasmanian Wilderness & Wineglass Bay - ชมธรรมชาติบริสุทธิ์ และอ่าวที่สวยติดอันดับโลก

เที่ยวชมความงามของป่า ภูเขา และทะเล ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์แบบจนเหมือนหลุดเข้าไปในโลกยุคดึกดำบรรพ์ครับ

  • จุดเด่น: แทสมาเนียขึ้นชื่อเรื่องธรรมชาติที่อลังการ เราจะได้เดินเทรลที่ "อุทยานแห่งชาติเครเดิลเมาน์เทน" (Cradle Mountain) เพื่อชมความใสบริสุทธิ์ของทะเลสาบโดฟ จากนั้นมุ่งหน้าสู่ "อุทยานแห่งชาติเฟรซิเนท์" (Freycinet National Park) ชม "อ่าวไวน์กลาสเบย์" (Wineglass Bay) ที่มีน้ำทะเลสีฟ้ากับหาดทรายขาวละเอียดรูปร่างคล้ายแก้วไวน์ และแวะชมความแปลกตาของหินสีส้มที่ "เบย์ออฟไฟร์" (Bay of Fires) ครับ
  • เกร็ดน่ารู้เพิ่มเติม:
    • ที่มาของชื่ออ่าวแก้วไวน์: แม้ปัจจุบันรูปร่างของอ่าวจะโค้งเว้าสวยงามเหมือนแก้วไวน์ แต่ในอดีตยุค 1800s ที่นี่เคยเป็นสถานีล่าวาฬมาก่อน เมื่อมีการชำแหละวาฬ เลือดจะย้อมน้ำในอ่าวให้กลายเป็นสีแดง คล้ายกับน้ำไวน์แดงในแก้วนั่นเอง
    • ความลับของหินสีส้ม: โขดหินริมชายหาดที่ Bay of Fires มีสีส้มอิฐสะดุดตา ซึ่งไม่ได้เกิดจากสีของเนื้อหินหรือรอยไหม้ของไฟ แต่เกิดจาก "ไลเคน" (Lichen) ชนิดหนึ่งที่เติบโตและเกาะติดอยู่บนหินแกรนิตตามธรรมชาติ
    • มรดกโลกทางธรรมชาติ: พื้นที่กว่า 20% ของเกาะแทสมาเนียได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเขตมรดกโลก (Tasmanian Wilderness World Heritage Area) ซึ่งรวบรวมพรรณไม้ดึกดำบรรพ์และสัตว์ป่าหายากที่ไม่มีที่ใดในโลกไว้มากมาย

Fairy Penguins & Tasmanian Devil - ใกล้ชิด 2 สัตว์ป่าสัญลักษณ์แห่งออสเตรเลียตอนใต้

สัมผัสความน่ารักและความแปลกตาของสัตว์ป่าท้องถิ่นที่หาชมไม่ได้จากที่อื่นครับ

  • จุดเด่น: รอชม "ขบวนพาเหรดเพนกวินนางฟ้า" (Fairy Penguins) สายพันธุ์เพนกวินที่เล็กที่สุดในโลก เดินเตาะแตะกลับรังหลังพระอาทิตย์ตกดินที่เมืองบิเชโน (Bicheno) แบบชิดขอบหาด และเข้าชม "สวนอนุรักษ์แทสมาเนียนเดวิล" เพื่อทำความรู้จักกับสัตว์กินเนื้อสุดแปลกที่เป็นสัญลักษณ์ประจำเกาะแทสมาเนียอย่างใกล้ชิดครับ
  • เกร็ดน่ารู้เพิ่มเติม:
    • ประสบการณ์ดูเพนกวินที่บิเชโน (Bicheno): การดูเพนกวินที่เมืองนี้จะให้ประสบการณ์ที่ใกล้ชิดและเป็นส่วนตัวกว่าที่เกาะฟิลลิป (Phillip Island) เพราะมีข้อจำกัดเรื่องจำนวนนักท่องเที่ยว เราจะได้เห็นเพนกวินเดินผ่านก้อนหินและพุ่มไม้ในระยะประชิดแบบไม่มีอัฒจันทร์มากั้น
    • แรงกัดมหาศาล: แทสมาเนียนเดวิล (Tasmanian Devil) เป็นสัตว์มีกระเป๋าหน้าท้อง (Marsupial) กินเนื้อที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ยังหลงเหลืออยู่ พวกมันมี "แรงกัด" เมื่อเทียบกับสัดส่วนขนาดตัวแล้ว รุนแรงที่สุดในบรรดาสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั้งหมด สามารถบดขยี้กระดูกเหยื่อได้สบายๆ
    • เสียงร้องแห่งปีศาจ: ที่มาของชื่อ "ปีศาจแทสมาเนีย" ไม่ได้มาจากหน้าตา แต่มาจากเสียงร้องขู่คำรามที่แหลมสูงและดุดันในตอนกลางคืน จนทำให้ชาวยุโรปที่มาตั้งถิ่นฐานในยุคแรกถึงกับขวัญผวาและเชื่อว่าเป็นเสียงของปีศาจในป่า

Premium Thai Airways & Melbourne Vibe - บินหรูการบินไทย และปิดทริปช้อปปิ้งเมืองแห่งสวน

เดินทางด้วยสายการบินแห่งชาติ และชมนครที่เปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์และน่าอยู่ที่สุดในโลกครับ

  • จุดเด่น: บินตรงฟูลเซอร์วิสสู่เมลเบิร์นด้วย "Thai Airways" และในวันสุดท้ายของทริป เราจะได้เที่ยวชม "เมลเบิร์น" (Melbourne) เมืองที่ผสานสถาปัตยกรรมคลาสสิกเข้ากับความล้ำสมัย ถ่ายรูปกับ "โบสถ์เซนต์แพทริค" (St. Patrick's Cathedral) และช้อปปิ้งส่งท้ายที่ "ตลาดควีนวิกตอเรีย" (Queen Victoria Market) ตลาดที่ใหญ่ที่สุดในซีกโลกใต้ ซึ่งมีผลไม้และของฝากมากมายครับ
  • เกร็ดน่ารู้เพิ่มเติม:
    • ตลาดบนสุสานเก่า: ตลาดควีนวิกตอเรีย เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 1878 แต่รู้หรือไม่ว่าพื้นที่บางส่วนของตลาด (บริเวณลานจอดรถในปัจจุบัน) เคยเป็นสุสานเก่า (Old Melbourne Cemetery) ที่มีร่างผู้เสียชีวิตถูกฝังอยู่ใต้ดินกว่าหมื่นคน ก่อนจะถูกย้ายออกไปในเวลาต่อมา
    • โบสถ์ที่สูงที่สุดในออสเตรเลีย: โบสถ์เซนต์แพทริค ถือเป็นสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิกฟื้นฟู (Gothic Revival) ที่ใหญ่และสูงที่สุดในประเทศออสเตรเลีย ด้วยความประณีตของรายละเอียดทำให้ต้องใช้เวลาสร้างยาวนานกว่า 80 ปีจึงจะเสร็จสมบูรณ์
    • เมืองแห่งสวนสาธารณะ (Garden City): เมลเบิร์นได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งสวน เพราะมีพื้นที่สีเขียวและสวนสาธารณะขนาดใหญ่ (เช่น Fitzroy Gardens และ Royal Botanic Gardens) กระจายตัวครอบคลุมพื้นที่เกือบหนึ่งในสี่ของใจกลางเมือง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy