ทัวร์ฮอกไกโด ใบไม้เปลี่ยนสี – Noboribetsu, Jozankei, Lake Shikotsu, เทศกาลโคมไฟฤดูร้อนโจซังเค – 6 วัน

SKU : 2610-BF1001-CTS01

฿63,900

คำอธิบายสินค้าแบบย่อ

หุบเขานรก Noboribetsu Jigokudani | ชมวิวใบไม้ ณ เขื่อนโฮเฮเคียว | ถนนต้นแปะก๊วย Meiji Jingu Gaien (ต.ค.69 / บิน Thai Airways)

รายละเอียดสินค้า

Summary & Route Overview: ทัวร์ฮอกไกโด ใบไม้เปลี่ยนสี - Noboribetsu, Jozankei, Lake Shikotsu, เทศกาลโคมไฟฤดูร้อนโจซังเค - 6 วัน

ทัวร์ฮอกไกโด 6 วัน 4 คืน ในฤดูใบไม้ร่วง ชมธรรมชาติรังสรรค์ด้วยสีสันของป่าเขาและทะเลสาบภูเขาไฟ ผสานเสน่ห์ของเมืองออนเซ็น เมืองท่าคลาสสิก และวิถีชีวิตของเกาะเหนือ เดินทางชมวิวทิวทัศน์ พร้อมเก็บบรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสีและวิวพาโนรามาตลอดเส้นทางครับ

Highlight Trip
  • ล่องเรือท้องกระจกใน Lake Shikotsu ชมผืนน้ำใสและระบบนิเวศใต้น้ำของทะเลสาบปล่องภูเขาไฟ
  • เดินชมหุบเขานรกจิโกกุดานิ (Noboribetsu Jigokudani) ชมภูมิประเทศจากพลังความร้อนใต้พิภพและบ่อน้ำร้อนธรรมชาติ
  • แวะชมวิว Lake Toya และเข้าชมแหล่งน้ำแร่บริสุทธิ์ธรรมชาติที่ Fukidashi Park
  • ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ Hoheikyo Dam และ Futami Bridge พร้อมร่วมงาน Jozankei Natsu Touro 2026 ยามค่ำคืน
  • เดินเล่นริม Otaru Canal และเลือกซื้อของฝากบน Sakaimachi Street ท่ามกลางบรรยากาศเมืองท่าสุดคลาสสิก
  • นั่งกระเช้า Mt. Moiwa Ropeway ชมวิวเมืองซัปโปโรและอ่าวอิชิคาริแบบพาโนรามา
  • เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งที่ Tanukikoji, Sapporo JR Station และย่าน Susukino ที่มีคอมเพล็กซ์ใหม่กำลังฮิตอย่าง Cocono Susukino
  • ถ่ายรูปชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีที่ ถนนต้นแปะก๊วย มหาวิทยาลัยฮอกไกโด (Ginkgo Avenue) และ Shiroi Koibito Park
  • ผ่อนคลายกับการแช่ออนเซ็น 2 คืน และอิ่มอร่อยกับบุฟเฟ่ต์พรีเมียมยากินิกุ พร้อมขาปูยักษ์ 3 ชนิดที่ NANDA Sapporo

เส้นทาง: กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) - ชิโตเซ่ (ฮอกไกโด) - ทะเลสาบชิโคสึ - โนโบริเบทสึ - ทะเลสาบโทยะ - นิเซโกะ - โจซังเค - โอตารุ - ซัปโปโร - ชิโตเซ่ (ฮอกไกโด) - กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ)

ดูโปรแกรมทัวร์ และรายละเอียดแบบเต็มเพิ่มเติม คลิ๊กปุ่มด้านล่างนี้ได้เลยครับ (Update 05.08.2026)


อัตราค่าบริการ & Itinerary

กำหนดการเดินทาง (Travel Periods) 2569

  • ตุลาคม 2569: 30 ต.ค. - 4 พ.ย. 69
วันเดินทางผู้ใหญ่เด็กมีเตียง
(6-11 ปี)
เด็กไม่มีเตียง
(2-5 ปี)
จอยแลนด์
(ไม่ใช้ตั๋ว)
30 ต.ค. - 4 พ.ย. 6963,90061,90059,90042,300

กรณีต้องการพักเดี่ยวจ่ายเพิ่มจากราคาผู้ใหญ่ 12,000 บาท

- สำหรับเด็กทารก อายุต่ำกว่า 2 ปี (ณ วันเดินทาง) กรุณาเช็คราคาตั๋วก่อนทำการจองครับ

- สำหรับคณะเดินทาง 25 ท่านขึ้นไป (การันตีออกเดินทาง 15 ท่าน)


ราคาทัวร์ข้างต้น ยังไม่รวม ค่าทิปไกด์ และ คนขับรถ รวม 1,500 บ. /ท่าน

สรุปรายการอาหาร & โรงแรมที่พัก

วันที่เช้ากลางวันเย็นโรงแรมที่พัก (Hotel) / เที่ยวบินช้อปปิ้ง
1--[เที่ยวบิน]
  • นัดพบ สุวรรณภูมิ 20.30 น.
  • บินออก 23.55 น.
  • ถึง ฮอกไกโด 08.20 น.
-
2[เที่ยวบิน]ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์Niseko Northern Resort An'nupuri
(พร้อมบริการแช่น้ำแร่ออนเซ็น)
หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐
-
3ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์Jozankei Manseikaku Hotel Milione
(พร้อมบริการแช่น้ำแร่ออนเซ็น)
หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐
-
4ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์พิเศษ! บุฟเฟต์ปิ้งย่าง Yakiniku
และขาปูยักษ์ 3 ชนิด
ณ ร้าน Seafood Buffet NANDA
Mercure Hotel Sapporo
หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐
- ถนนซาไกมาจิ (Sakaimachi Street) - เมืองโอตารุ
- Sapporo JR Station - เมืองซัปโปโร 
- ย่านซูซูกิโนะ (Susukino) - เมืองซัปโปโร
5ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์มื้อทานเองอิสระ
ณ Tanukikoji Sapporo
คืนเงินสดท่านละ 2,000 เยน
Mercure Hotel Sapporo
หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐
ย่านทานูกิโคจิ (Tanukikoji) - เมืองซัปโปโร
6ทานกับทัวร์[เที่ยวบิน][เที่ยวบิน]
  • บินออก สนามบินชิโตเซ่ 10.00 น.
  • ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ 15.50 น.
-

ตารางการเดินทางรายวัน (Daily Itinerary)

วันที่ 1: ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ - ประเทศญี่ปุ่น

  • 20.30 น. คณะพร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ส่วนผู้โดยสารระหว่างประเทศ ขาออก ประตู 4 เคาน์เตอร์ H โดย สายการบินไทย (Thai Airways) เจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวก
  • 23.55 น. เหินฟ้าสู่ ประเทศญี่ปุ่น โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 670 (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง 35 นาที / เวลาท้องถิ่นเร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง)

วันที่ 2: สนามบินชิโตเซ่ - ทะเลสาบชิโคสึ - ล่องเรือท้องกระจก - เมืองโนโบริเบทสึ - จิโกกุดานิ - ทะเลสาบโทยะ - แช่น้ำแร่ออนเซ็น

  • 08.20 น. เดินทางถึง สนามบินนิวชิโตเซ่ (New Chitose Airport - CTS) ประเทศญี่ปุ่น หลังจากผ่านขั้นตอนศุลกากรเรียบร้อยแล้ว
  • ทะเลสาบชิโคสึ (Lake Shikotsu) [เดินทางเข้าสู่/ชมทัศนียภาพ] ทะเลสาบปล่องภูเขาไฟที่ลึกเป็นอันดับสองของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติชิโคสึโทยะ น้ำไม่แข็งตัวแม้ในฤดูหนาว
  • ล่องเรือท้องกระจก (Sightseeing Glass Boat) [ใช้บริการ/ล่องเรือ] ล่องเรือบนผืนน้ำที่งดงาม ผ่านชมสะพานยามาเซ็นเท็ตสึ และภูเขาไฟทารูเมะ พร้อมชมระบบนิเวศใต้น้ำผ่านท้องเรือกระจก
  • บ่าย: เมืองโนโบริเบทสึ (Noboribetsu) [เดินทางเข้าสู่] เมืองน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียง
  • หุบเขานรก จิโกกุดานิ (Noboribetsu Jigokudani) [เข้าชม/แวะถ่ายรูป] หุบเขาที่เกิดจากกิจกรรมของภูเขาไฟ มีควันพวยพุ่งและบ่อน้ำร้อนธรรมชาติเดือดปุดๆ ตลอดเวลา
  • ทะเลสาบโทยะ (Lake Toya) [แวะถ่ายรูป/ชมทัศนียภาพ] ทะเลสาบปล่องภูเขาไฟขนาดใหญ่ที่มีเกาะนากาโนะตั้งอยู่ตรงกลาง มีทัศนียภาพที่งดงามสบายตา
  • อาหาร: เช้า (-) / กลางวัน (ณ ภัตตาคาร) / เย็น (ณ ห้องอาหารของโรงแรม)
  • ที่พัก: Niseko Northern Resort An'nupuri ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า (พร้อมบริการแช่น้ำแร่ออนเซ็น) ⭐⭐⭐⭐

วันที่ 3: สวนน้ำแร่ฟุกิดาชิ - ภูเขาโยเตอิ - เมืองโจซังเค - เขื่อนโฮเฮเคียว - สะพานฟุตามิ - แช่น้ำแร่ออนเซ็น - เทศกาลโคมไฟฤดูร้อนโจซังเค

  • เช้า: สวนน้ำแร่ฟุกิดาชิ (Fukidashi Park) [เข้าชม] แหล่งน้ำแร่บริสุทธิ์ที่ผุดขึ้นจากภูเขาไฟโยเตอิ ได้รับการยกย่องเป็น 1 ใน 100 แหล่งน้ำแร่ที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น
  • ภูเขาโยเตอิ (Mt. Yotei) [ผ่านชม] ภูเขาไฟที่ได้รับการขนานนามว่า "ฟูจิแห่งฮอกไกโด"
  • เมืองโจซังเค (Jozankei) [เดินทางเข้าสู่] แหล่งออนเซ็นอันอุดมสมบูรณ์ท่ามกลางหุบเขา
  • เขื่อนโฮเฮเคียว (Hoheikyo Dam) [เข้าชม/แวะถ่ายรูป] จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีสุดพีค ชมวิวทะเลสาบโจซัง (Lake Jozan) และหุบเขาเซ็นโจอิวะ (Senjoiwa) ที่รายล้อมด้วยป่าเปลี่ยนสี (ความงดงามขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ)
  • บ่าย: สะพานฟุตามิ (Futami Bridge) [แวะถ่ายรูป] สะพานแขวนสีแดงทอดข้ามแม่น้ำโทโยฮิระ จุดถ่ายภาพใบไม้เปลี่ยนสีที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของฮอกไกโด
  • เทศกาลโคมไฟฤดูร้อนโจซังเค (The Jozankei Natsu Touro 2026) [เข้าชม/ร่วมกิจกรรม] เดินชมความสวยงามของการประดับโคมไฟยามค่ำคืน ตั้งแต่บริเวณศาลเจ้าโจซังเคยาวไปจนถึงศาลเจ้าคันนอน พร้อมบ่อน้ำพุร้อนแช่เท้า
  • อาหาร: เช้า / กลางวัน (ณ ภัตตาคาร) / เย็น (ณ ห้องอาหารของโรงแรม)
  • ที่พัก: Jozankei Manseikaku Hotel Milione ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า (พร้อมบริการแช่น้ำแร่ออนเซ็น) ⭐⭐⭐⭐

วันที่ 4: เมืองโอตารุ - คลองโอตารุ - ถนนซาไกมาจิ - เมืองซัปโปโร - ย่านสถานีรถไฟซัปโปโร - ย่านซูซูกิโนะ - บุฟเฟ่ต์ขาปูยักษ์ 3 ชนิด

  • เช้า: เมืองโอตารุ (Otaru) [เดินทางเข้าสู่] เมืองท่าสุดโรแมนติกที่รักษาสถาปัตยกรรมยุคเก่าไว้ได้อย่างดีเยี่ยม
  • คลองโอตารุ (Otaru Canal) [แวะถ่ายรูป] คลองประวัติศาสตร์ความยาว 1,140 เมตร ขนาบข้างด้วยโกดังอิฐแดงเก่าแก่ เป็นสัญลักษณ์ของเมือง
  • ถนนซาไกมาจิ (Sakaimachi Street) [เดินชม/อิสระช้อปปิ้ง] ถนนสายคลาสสิก แหล่งรวมร้านเครื่องแก้ว พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี นาฬิกาไอน้ำโบราณ ร้านชีสเค้ก LeTAO และถนนสายซูชิ (Sushi Dori)
  • บ่าย: ย่านสถานีรถไฟซัปโปโร (Sapporo JR Station) [อิสระช้อปปิ้ง] ศูนย์กลางการเดินทางและช้อปปิ้ง ห้างสรรพสินค้ามากมาย (หากต้องการขึ้นจุดชมวิว T38 Observation Deck ชั้นบนสุดของอาคาร JR Tower มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)
  • ย่านซูซูกิโนะ (Susukino) [อิสระช้อปปิ้ง] ย่านบันเทิงและช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดในซัปโปโร รวบรวมร้าน Tax Free, ร้าน Donki, ตรอกราเมน (Ramen Yokocho) และห้างสรรพสินค้าแห่งใหม่ Cocono Susukino
  • อาหาร: เช้า / กลางวัน (ณ ภัตตาคาร) / เย็น (พิเศษ! บุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างอิ่มไม่อั้นขาปูยักษ์ 3 ชนิด ณ ร้าน NANDA Sapporo)
  • ที่พัก: Mercure Hotel Sapporo ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐

วันที่ 5: ถนนต้นแปะก๊วย มหาวิทยาลัยฮอกไกโด - ชิโรอิโคอิบิโตะพาร์ค - นั่งกระเช้าภูเขาโมอิวะ - ย่านทานูกิโคจิ

  • เช้า: ถนนต้นแปะก๊วย มหาวิทยาลัยฮอกไกโด (Ginkgo Avenue Hokkaido University) [แวะถ่ายรูป/เดินชม] ถนนสายโรแมนติกที่มีต้นแปะก๊วยกว่า 70 ต้น เรียงรายขนานกันยาว 380 เมตร ซึ่งใบจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองในช่วงฤดูใบไม้ร่วง
  • ชิโรอิโคอิบิโตะพาร์ค (Shiroi Koibito Park) [แวะถ่ายรูป/เดินชม] สวนและโรงงานช็อกโกแลตของฝากชื่อดัง ถ่ายรูปกับบรรยากาศสวนสไตล์ยุโรป หอนาฬิกา และมุมถ่ายรูปน่ารักมากมาย (ไม่รวมค่าเข้าชมสายพานการผลิตด้านใน)
  • บ่าย: ภูเขาโมอิวะ (Mt. Moiwa Ropeway) [ใช้บริการ/ขึ้นจุดชมวิว] นั่งกระเช้าลอยฟ้าขึ้นสู่ยอดเขาความสูง 531 เมตร เพื่อชมวิวเมืองซัปโปโรและอ่าวอิชิคาริแบบพาโนรามา ซึ่งเป็น 1 ใน 3 จุดชมวิวยอดนิยมของญี่ปุ่น
  • ย่านทานูกิโคจิ (Tanukikoji) [อิสระช้อปปิ้ง] แหล่งช้อปปิ้งในร่มแบบมีหลังคาโดมคลุมยาวกว่า 1 กิโลเมตร รวบรวมร้านค้ากว่า 200 ร้าน ทั้งของฝาก เครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องสำอาง
  • อาหาร: เช้า / กลางวัน (ณ ภัตตาคาร) / อิสระเย็น (คืนเงินสดท่านละ 2,000 เยน)
  • ที่พัก: Mercure Hotel Sapporo ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐⭐

วันที่ 6: สนามบินชิโตเซ่ - สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ

  • รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม และตรวจสอบสัมภาระ
  • เดินทางสู่ สนามบินนิวชิโตเซ่ (CTS) เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับ
  • 10.00 น. เหินฟ้าสู่ ประเทศไทย โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 671
  • 15.50 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ (BKK) ประเทศไทย โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ
  • อาหาร: เช้า / - / -

ดูโปรแกรมทัวร์ และรายละเอียดแบบเต็มเพิ่มเติม คลิ๊กปุ่มด้านล่างนี้ได้เลยครับ (Update 05.08.2026)


ไฮไลต์การเดินทาง & รีวิวจุดเด่น (Highlights)

Autumn Splendor in Hokkaido - ชมสีสันฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ณ โจซังเคและถนนแปะก๊วย

ทริปนี้ไปในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีของโซนฮอกไกโดพอดี เราจะได้ไปจุดชมวิวยอดฮิตกันครับ

  • Hoheikyo Dam: เขื่อนโฮเฮเคียว ในเมืองซัปโปโร ถือเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโซนเหนือครับ มีวิวอ่างเก็บน้ำที่มีทะเลสาบโจซัง (Lake Jozan) ล้อมรอบด้วยภูเขาสูงใหญ่ ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในแหล่งน้ำและป่าไม้ที่ดีที่สุดของญี่ปุ่นด้วยเช่นกันครับ ที่นี่ยังมีการรักษาสิ่งแวดล้อมโดยใช้รถบัสไฮบริดเข้าพื้นที่โดยเฉพาะเพื่อป้องกันมลพิษ โดยนั่งขึ้นมาจากลานจอดรถด้านล่างประมาณ 2 กิโลเมตร ทำให้นักท่องเที่ยวได้ชมวิวระหว่างทางไปพลางๆได้ด้วยพอดีครับ
  • Futami Suspension Bridge: สะพานแขวนฟุตามิ คืออีกจุดถ่ายภาพใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามในฮอกไกโดครับ ไฮไลต์คือที่นี่เป็นสะพานเดินเท้าสีแดงสดทอดข้ามแม่น้ำโทโยฮิระ มองเห็นโขดหินฟุตามิ และทางเดินศึกษาธรรมชาติ เราจะได้มาเดินชมถ่ายรูปกันด้วยครับ
  • Hokkaido University Ginkgo Avenue: หรืออีกชื่อว่า Meiji Jingu Gaien อยู่บริเวณหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮอกไกโด จุดเด่นของที่นี่แน่นอนว่าเป็นช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีครับ อุโมงค์ต้นแปะก๊วยจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองความยาวกว่า 380 เมตร กับต้นแปะก๊วยใหญ่เกือบ 70 ต้น เรียงรายสองข้างทาง แถมยังมีพรมใบไม้ที่ร่วงลงมาปกคลุมพื้นถนนจนกลายเป็นพรมสีเหลืองสวยงามไปทั่วบริเวณครับ

Geothermal Wonders at Jigokudani - หุบเขานรกแห่งเมืองโนโบริเบทสึ

สัมผัสพลังแห่งธรรมชาติอันงดงามที่เมืองน้ำพุร้อนชื่อดังของเกาะฮอกไกโดครับ

  • จุดเด่น: เข้าชมหุบเขานรก จิโกกุดานิ (Noboribetsu Jigokudani) หรือหุบเขานรกในฮอกไกโด มีจุดเด่นหลักคือ ปากปล่องภูเขาไฟขนาดใหญ่ที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาฮิโยริยามะในอดีตที่ยังคงมีไอน้ำพวยพุ่งและบ่อน้ำร้อนเดือด รวมถึงกลิ่นกำมะถันลอยอบอวลตลอดเวลา เป็นที่มาของชื่อเรียก "หุบเขานรก" (Hell Valley) นั่นเองครับ
  • ธารน้ำร้อน: Jigokudani ยังเป็นแหล่งกำเนิดแร่ธาตุกำมะถันชั้นดีสำหรับออนเซ็นทั่วเมือง น้ำร้อนใต้ดินจะไหลผ่านลำธารเป็นแหล่งน้ำแร่ให้โรงแรมและเรียวกังในย่าน โนโบริเบทสึออนเซ็น
  • กิจกรรมและจุดชมวิว: มีสะพานไม้เดินชมวิวรอบหุบเขาและทางเดินยาวไปยังบ่อน้ำพุร้อนเทนเซ็น (Tessenike) ที่มีน้ำเดือดปุด ๆ ครับ, ที่นี่ยังสวยงามแตกต่างกันตามฤดูกาล ทั้งสีส้มแดงในฤดูใบไม้ร่วงและสีขาวโพลนในหน้าหนาว, อีกไฮไลต์คือช่วงค่ำครับ กับ "เส้นทางไฟปีศาจ" (Onibi no Michi หรือ Demon's Fire Trail) หรือการประดับไฟทางเดินที่หุบเขานรก จะเริ่มตั้งแต่ช่วงพระอาทิตย์ตกดินไปจนถึงเวลา 21:30 น. ทั้งสวยงามและลึกลับในเวลาเดียวกันหล่ะนะ

Jozankei Natsu Touro - ความโรแมนติกยามค่ำคืนกับเทศกาลโคมไฟฤดูร้อน

ในปี 2026 นี้ ทางโจซังเคออนเซ็นได้จัดงานฉลองครบรอบ 160 ปี ปรับโฉมจากงานเดิมที่เคยเรียกว่า Jozankei Nature Luminarie ย้ายทำเลเนื่องจากมีการปรับปรุงพื้นที่สวนฟุตามิ (Futami Park) และเปลี่ยนชื่อใหม่อย่างเป็นทางการเป็น Jozankei Natsu Touro (Summer Lantern Festival) ครับ มาดูเส้นทางเดินชมโคมไฟและจุดไฮไลท์หลักกันครับ

  • ศาลเจ้าโจซังเค (Jozankei Shrine): เป็นไฮไลท์หลักของงาน ภายในบริเวณศาลเจ้าจะถูกเนรมิตด้วยโคมไฟร่วมกับเทคโนโลยี Projection Mapping เอฟเฟกต์ม่านหมอกและแสงสีเสียงโดยทีมงานชื่อดัง NAKED, INC. (*โซนด้านในศาลเจ้าช่วงค่ำจะ สงวนสิทธิ์เข้าชมเฉพาะผู้ที่พักค้างคืนในโรงแรมของโจซังเคเท่านั้น โดยจะได้รับตั๋วเข้าชมฟรีจากที่พักอีกทีครับ)
  • ยาวไปจนถึงศาลเจ้าคันนอน / วัดคันนอน (Iwabito Kannondo): ตัวโบสถ์ประดิษฐานพระคันนอนที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่ผู้บุกเบิกเส้นทาง จะเปิดไฟประดับโคมไฟสวยงาม และเปิดให้คนทั่วไปเดินมาเที่ยวชมได้ฟรีครับ
  • จุดแวะพักระหว่างทาง: ตลอดเส้นทางเดินเท้าประมาณ 1.5 ชั่วโมง จะผ่านจุดประดับโคมไฟอีกหลายจุด เช่น สวนต้นน้ำโจซังเค (Jozankei Gensen Park) ที่มีโคมไฟประดับกว่า 200 ดวง และจุดแช่เท้า อาชิโนะฟุเรไอ ทาโร่นุยุ (Taro no Yu Footbath) ที่เราสามารถแวะแช่เท้าในบ่อน้ำร้อนสาธารณะเพื่อผ่อนคลายระหว่างเดินชมงานได้ครับ
  • ระยะเวลาจัดงาน: ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 31 ตุลาคม 2026 (จัดทุกวัน) ส่วนเวลาเปิดไฟจะประมาณ 18:00 21:30 น. ในเดือนตุลาคมครับ (ประตูปิดให้เข้าชมรอบสุดท้ายเวลา 21:15 น.) *period เดินทาง 30 ต.ค. 69 - 04 พ.ย. 69 จะมีสลับมาเที่ยวที่ Summer Lantern Festival นี้กันก่อนในวันแรกๆครับ

Sapporo's Sleepless Charm - ตะลุยย่านซูซูกิโนะและเช็คอินห้างใหม่ Cocono Susukino

อัปเดตเทรนด์และเที่ยวสีสันยามค่ำคืนของซัปโปโรครับ

  • Susukino: หรือ ย่านซูซูกิโนะ เป็นย่านไนท์ไลฟ์ที่เต็มไปด้วยบาร์ คลับ และสถานบันเทิงหลากหลายรูปแบบที่คึกคักที่สุดในภาคเหนือของญี่ปุ่น มีป้ายไฟลุงนิกกะ (Nikka Sign) รูปคนถือแก้ววิสกี้ที่โดดเด่นบริเวณสี่แยกใจกลางย่าน, ร้านกินดื่มอิซากายะ อาหารทะเลปิ้งย่าง และ Ramen Yokocho (ตรอกราเมงซัปโปโร) ต้นตำรับมิโซะราเมงรสชาติเข้มข้น, ชิงช้าสวรรค์ Norbesa เป็นแลนด์มาร์คบนดาดฟ้าตึก ที่เปิดให้ชมวิวมุมสูงยามค่ำคืนของเมืองซัปโปโร, แถมยังใกล้ถนนคนเดินทานุกิโคจิ (Tanukikoji Shopping Street) เดินทางเชื่อมต่อกันได้เลย กับถนนช้อปปิ้งในร่มเก่าแก่ยาวหลายบล็อกครับ
  • Cocono Susukino: ศูนย์การค้าและคอมเพล็กซ์แห่งใหม่ใจกลางย่านที่เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อปลายปี 2023 ตั้งอยู่หัวมุมสี่แยกซูซูกิโนะ เชื่อมต่อกับสถานีรถไฟใต้ดินโดยตรง มีระเบียงชมวิวด้านนอก (Cocono Terrace) ที่มองเห็นป้ายไฟนีออนนิกก้า (Nikka Whisky) ไฮไลต์ก็คือ แหล่งรวมของอร่อยฮอกไกโด ตั้งแต่ซูเปอร์มาร์เก็ต มีโซนอาหารและร้านกินดื่มหลากหลาย ตั้งแต่ซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ ฟู้ดฮอลล์ อาหารท้องถิ่น ซีฟู้ด ราเม็ง ซุปแกงกะหรี่ ไปจนถึงคาเฟ่, ชั้นใต้ดินมีโซน Hokkaido Shiki Marche ที่รวบรวมของฝากขึ้นชื่อจากทั่วฮอกไกโดมาให้เลือกซื้อจบในที่เดียวกันด้วยครับ, และมีความบันเทิงครบครัน ทั้งโรงภาพยนตร์ Toho Cinemas บาร์นั่งชิลยามค่ำคืน โซนตู้กาชาปอง และร้านค้าไลฟ์สไตล์อย่าง ABC-Mart หรือร้านร้อยเยน เป็นต้น

Mt. Moiwa Panorama & Shikotsu Cruise - ชมวิวซัปโปโรจากมุมสูงและล่องเรือกระจก

เปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่ผสมผสานความสวยงามของภูเขาและสายน้ำ

  • Mt. Moiwa Ropeway: เราจะได้นั่งกระเช้าแบ่งเป็น 2 ช่วงขึ้นสู่ยอดเขา ช่วงที่ 1คือกระเช้าใหญ่ (Ropeway) จากสถานีเชิงเขา (Moiwa Sanroku) ไปยัง สถานีกลางเขา (Moiwa Chufuku) ระยะทางประมาณ 1,200 เมตร ใช้เวลาประมาณ 5 นาที ตัวกระเช้าออกแบบมาเป็นกระจกบานใหญ่โดยรอบให้เราสามารถชมวิวเมืองซัปโปโรแบบมุมกว้างได้ชัดเจน สวยงามครับ หลังจากขึ้นกระเช้ามาแล้วจะไปยัง ช่วงที่ 2 รถเคเบิลมินิ (Morisu Car) จากสถานีกลางเขา (Moiwa Chufuku) ไปยัง สถานียอดเขา (Moiwa Sancho) โดยรถเคเบิลขนาดเล็กที่วิ่งบนรางเอียงลาดซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและตั้งชื่อตามมาสคอตกระรอกดำ "Morisu" ของภูเขาแห่งนี้นั่นเองครับ (*ใช้เวลาประมาณ 2 นาที) แถมตรงจุดเปลี่ยนขบวน จะมีร้านขายของที่ระลึกมาสคอตกระรอก Morisu และของฝากลิมิเต็ด รวมถึงมีขาย "แม่กุญแจ" สำหรับคู่รักที่ลืมเตรียมมาเพื่อนำไปคล้องรักแท้บนดาดฟ้ายอดเขาด้วยนะครับ
  • Mount Moiwa: เดินทางมาถึงยอดเขาโมอิวะ สูง 531 เมตร ซึ่งเป็นจุดชมวิวกลางคืน 360 องศาที่สวยติดอันดับ Night View Heritage of Japan กันเลยหล่ะครับ มองเห็นแสงไฟเมืองซัปโปโรยามค่ำคืนได้อย่างชัดเจนและกว้างไกล ส่วนกลางวันก็ชมวิวเมืองสวยงามเช่นกันครับ ไฮไลต์อื่นๆคือ มีจุดถ่ายรูปดังอย่าง ระฆังแห่งความสุข (Shiawase no kane) ที่คู่รักนิยมมาตีระฆังร่วมกันเพื่อความรักที่ยืนยาว และ จุดคล้องกุญแจรัก (Ai no nankinjo) เป็นพื้นที่สำหรับคล้องกุญแจที่มีความเชื่อเรื่องร่วมสัตย์สาบานของคู่รักครับ
  • Lake Shikotsu: ทะเลสาบชิโคสึ ในฮอกไกโด เกิดขึ้นในหลุมยุบขนาดใหญ่บนยอดภูเขาไฟ จนกลายเป็นแอ่งกระทะขนาดใหญ่ (Caldera / Calderas Lake) เด่นในเรื่องน้ำใสสะอาดระดับต้น ๆ ของญี่ปุ่น และเป็นทะเลสาบที่ไม่เคยจับตัวเป็นน้ำแข็งในฤดูหนาว มีวิวสวยงามโอบล้อมด้วยภูเขาไฟ มีชื่อเสียงด้านกิจกรรมกลางแจ้งรวมถึงเทศกาลน้ำแข็งครับ ไฮไลต์สำคัญคือ มีเรือท้องกระจกใส พาชมความงามใต้ท้องน้ำและปลาตัวเล็กๆ ที่ทริปนี้เราจะได้นั่งกันด้วยครับ
  • ไฮไลต์อื่นๆของทะเลสาบชิโคสึ: เทศกาลน้ำแข็ง (Lake Shikotsu Ice Festival) จัดขึ้นช่วงปลายเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ มีการสร้างประติมากรรมน้ำแข็งและเปิดไฟประดับยามค่ำคืน, ย่าน Shikotsuko Onsen ริมทะเลสาบ ขึ้นชื่อเรื่องน้ำแร่ผ่อนคลาย ผิวสัมผัสนุ่มลื่นจนได้ฉายาว่าน้ำแห่งความงาม, สะพานยามาเซ็นเท็ตสึ เก่าแก่สีแดงอายุร้อยปี เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมตัดกับวิวหิมะในฤดูหนาว, และมีของกินขึ้นชื่อ คือ ปลาฮิเมะมาสุ (หรือที่คนท้องถิ่นเรียกว่า "ชิป") นำมาทำซาชิมิหรือย่างเกลือครับ

Hokkaido Crab Feast - ทานบุฟเฟ่ต์ปูยักษ์ 3 ชนิดและเนื้อย่างพรีเมียม

ทริปนี้จะได้ทานร้านบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างดังของฮอกไกโด และ ขาปูยักษ์ขึ้นชื่อของภูมิภาคนี้ครับ

  • Seafood Buffet Nanda: หรือร้าน Nanda Sapporo เป็นบุฟเฟต์ปิ้งย่างอาหารทะเลและเนื้อย่างเกรดพรีเมียม มีทั้งขาปูยักษ์ (King Crab/Snow Crab) ปูทาราบะ ปูซูไว และปูขน หอยเชลล์ตัวใหญ่ หอยนางรม เนื้อวากิว ซูชิ ซาซิมิ พร้อมบริการน้ำจิ้มซีฟู้ดถูกปากคนไทยให้ด้วย แถมยังมีป้ายเมนูภาษาไทยอำนวยความสะดวกด้วยเช่นกันครับ
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy