ทัวร์เล ลาดัก หลังคาโลกแห่งเทือกเขาหิมาลัย 7 วัน

SKU : 2610-BF0701-AI002

฿41,500

คำอธิบายสินค้าแบบย่อ

เช็คอินถนนสูง Top โลก | นับดาวริมทะเลสาบแปงกอง | ขี่อูฐที่หุบเขา Nubra Valley | สักการะวัดธิกเซย์ & วัดอัลชิ (ก.ค.-ต.ค.69 / บิน Air India)

รายละเอียดสินค้า

Summary & Route Overview: ทัวร์เล ลาดัก หลังคาโลกแห่งเทือกเขาหิมาลัย 7 วัน

ไฮไลต์และภาพรวมเส้นทาง
เดินทางสู่ดินแดนทิเบตน้อยแห่งอินเดียในทริปเจาะลึก เลห์ ลาดักห์ (Leh Ladakh) เริ่มต้นวันแรกด้วยการพักผ่อนปรับสภาพร่างกายกับที่สูง ก่อนจะเดินทางผ่าน คาร์ดุง ลา พาส (Khardung La Pass) เส้นทางถนนที่สูงติดอันดับท็อป ๆ ของโลก และชม Pangong Lake ทะเลสาบน้ำเค็มที่อยู่สูงที่สุดในโลกครับ

เราจะได้สนุกกับกิจกรรม ขี่น้องอูฐสองหนอกกลางทะเลทรายฮุนเดอร์ (Hunder Sand Dunes), นั่งรถชมเนินพิศวง แมกเนติก ฮิลล์ (Magnetic Hill), และไปชมความรุ่งเรืองของพุทธศิลป์มหายาน ณ อารามเก่าแก่พันปีวัดอัลชิ (Alchi Monastery) รวมถึงวัดธิกเซย์ (Thiksey Monastery) และวัดเฮมิส (Hemis Monastery) ที่ใหญ่และร่ำรวยที่สุดในลาดักห์ครับ

[Internal Flight]: บินภายใน 2 เที่ยว (1.เดลี - เลห์ | 2.เลห์ - เดลี)

[เส้นทาง]: กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) - เดลี (Transit) - เลห์ - นูบรา วัลเลย์ - ทะเลสาบแปงกอง - เลห์ - เดลี (Transit) - กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ)

ดูโปรแกรมทัวร์ และรายละเอียดแบบเต็มเพิ่มเติม คลิ๊กปุ่มด้านล่างนี้ได้เลยครับ (Update 29.05.2026)


อัตราค่าบริการ & Itinerary

[กำหนดการเดินทาง / Travel Periods 2569]

เดือน กรกฎาคม 2569: 23 - 29 ก.ค. 69
เดือน ตุลาคม 2569: 07 - 13 ต.ค. 69

กำหนดวันเดินทางผู้ใหญ่พัก 2-3 ท่าน
ท่านละ
ราคาทัวร์
(ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน)
พักเดี่ยว
เพิ่มท่านละ
23 - 29 ก.ค. 2569
(ตรงหยุดวันเฉลิมพระชนมพรรษาฯ รัชกาลที่ 10)
41,500.-25,900.-8,500.-
7 - 13 ต.ค. 2569
(ตรงหยุดวันคล้ายวันสวรรคตฯ รัชกาลที่ 9)
42,500.-25,900.-8,500.-
ราคาทัวร์ข้างต้นยังไม่รวมค่าทิปมัคคุเทศก์ท้องถิ่นและคนขับรถ 2,000 บาท/ท่าน/ทริป

สรุปรายการอาหาร & โรงแรมที่พัก

วันที่เช้ากลางวันเย็นโรงแรมที่พัก (Hotel) / เที่ยวบินช้อปปิ้ง
1--[เที่ยวบิน]
  • นัดพบ สุวรรณภูมิ 19.30 น.
  • บินออก 22.25 น.
  • ถึง เลห์ 06.20 น. (Day 2)
-
2[เที่ยวบิน]ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์
  • Hotel Yak Tail
  • Northern Singge
  • The Leh
  • หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐
ตลาดพื้นเมืองใจกลางเมืองเลห์
(Leh Local Market)
3ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์
  • Hotel Yak Tail
  • Northern Singge
  • The Leh
  • หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐
-
4ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์
  • Grand Nubra Valley Resort
  • Nubra Eco Village
  • หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐
-
5ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์
  • Misty Hills Cabins
  • Pangong Sama Resort
  • หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐
-
6ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์ทานกับทัวร์
  • Hotel Yak Tail
  • Northern Singge
  • The Leh
  • หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐
-
7ทานกับทัวร์[เที่ยวบิน][เที่ยวบิน]
  • บินออก สนามบินเมืองเลห์ 09.35 น.
  • ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ 20.25 น.
-

ตารางการเดินทางรายวัน (Daily Itinerary)

วันที่ 1: กรุงเทพฯ (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ) - เมืองเดลี

  • 19.30 น. คณะพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เคาน์เตอร์สายการบิน Air India (AI) โดยมีเจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวก
  • 22.25 น. เหินฟ้าสู่นครเดลี โดยสายการบิน Air India เที่ยวบินที่ AI2303

วันที่ 2: สนามบินเดลี (ต่อเครื่องภายในประเทศ) - สนามบินเลห์ - เมืองเลห์ (ปรับสภาพร่างกาย เดินตลาดพื้นเมือง)

  • 01.40 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติอินทิราคานธี นครเดลี (DEL) (เวลาช้ากว่าประเทศไทย 1.30 ชม.) ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและรับสัมภาระเพื่อเช็คอินสายการบินภายในประเทศ
  • 04.55 น. ออกเดินทางสู่ เมืองเลห์ โดยสายการบิน Air India เที่ยวบินที่ AI2479
  • 06.20 น. เดินทางถึง สนามบินคูโชก บากูลา ริมโปเช (IXL) เมืองเลห์ แคว้นลาดักห์ นำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พักเพื่อดื่มน้ำสมุนไพรอุ่นๆ และพักผ่อนนอนราบเพื่อปรับสภาพร่างกายต่อความกดอากาศในระดับความสูงกว่า 3,500 เมตร
  • บ่าย: ตลาดพื้นเมืองใจกลางเมืองเลห์ (Leh Local Market) [เดินชม/อิสระช้อปปิ้ง] ช่วงเย็นนำท่านเดินเล่นปรับสภาพร่างกาย เลือกซื้อเสื้อผ้า อุปกรณ์กันหนาว และของฝากแฮนด์เมดตามอัธยาศัย
  • อาหาร: - / กลางวัน / เย็น
  • ที่พัก: Hotel Yak Tail / Northern Singge / The Leh ระดับ 3 ดาว หรือเทียบเท่า

วันที่ 3: เมืองเลห์ - แมกเนติก ฮิลล์ (Magnetic Hill) - จุดบรรจบแม่น้ำสองสาย (แม่น้ำสินธุและแม่น้ำซันสการ์) - วัดอัลชิ - เจดีย์สันติภาพ Shanti Stupa

  • เช้า: แมกเนติก ฮิลล์ (Magnetic Hill) [แวะถ่ายรูป] เนินพิศวงสุดอัศจรรย์ที่มีแรงดึงดูดแม่เหล็ก ปล่อยรถให้ไหลขึ้นเนินได้โดยไม่ต้องเหยียบคันเร่ง ท่ามกลางวิวภูเขาสุดลูกหูลูกตา
  • จุดบรรจบแม่น้ำสองสาย (Confluence of the Zanskar and Indus River) [แวะถ่ายรูป] ชมความสวยงามของจุดบรรจบแม่น้ำสองสีระหว่างแม่น้ำสินธุ (Indus) และแม่น้ำซันสการ์ (Zanskar) สายน้ำหล่อเลี้ยงชาวลาดักห์
  • บ่าย: วัดอัลชิ (Alchi Monastery) [เข้าชม] อารามพุทธมหายานเก่าแก่อายุกว่า 1,000 ปี โดดเด่นด้วยศิลปะและสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างอินเดียและทิเบต
  • เจดีย์สันติภาพ (Shanti Stupa) [เข้าชม/แวะถ่ายรูป] เจดีย์สีขาวทรงโดมบนเนินเขาใกล้หมู่บ้าน Changspa สร้างโดยชาวญี่ปุ่น เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกดินและตัวเมืองเลห์ที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่ง
  • อาหาร: เช้า / กลางวัน (ร้านอาหารพื้นเมือง) / เย็น
  • ที่พัก: Hotel Yak Tail / Northern Singge / The Leh ระดับ 3 ดาว หรือเทียบเท่า

วันที่ 4: เลห์ - คาร์ดุง ลา พาส - วัดดิสกิต (Diskit Monastery) - นูบรา วัลเลย์ (ขี่อูฐที่ฮุนเดอร์ แซนด์ ดูนส์)

  • เช้า: เดินทางสู่ นูบรา วัลเลย์ (Nubra Valley) หุบเขาแห่งพรรณไม้และหมู่บ้านดั้งเดิมของชาวลาดักห์ (ใช้เวลาเดินทาง 5-6 ชั่วโมง)
  • คาร์ดุง ลา พาส (Khardung La Pass) [แวะถ่ายรูป] สัมผัสความยิ่งใหญ่บนเส้นทางถนนที่สูงที่สุดในโลก (5,602 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล) บนเทือกเขาคาราโครัมซึ่งปกคลุมด้วยหิมะตลอดทั้งปี (บนรถมีออกซิเจนกระป๋องให้บริการ)
  • วัดดิสกิต (Diskit Monastery) [เข้าชม] วัดพุทธมหายานนิกายเกลุกปะที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในหุบเขานูบรา สักการะพระศรีอริยเมตไตรยองค์ใหญ่ พร้อมชมวิว 360 องศา
  • บ่าย: ฮุนเดอร์ แซนด์ ดูนส์ (Hunder Sand Dunes) [เข้าร่วมกิจกรรม] สัมผัสประสบการณ์นั่งขี่อูฐสองหนอกในทะเลทรายสีขาวที่สูงที่สุดในโลก (รวมค่าบริการแล้ว) ท่ามกลางฉากหลังเทือกเขาหิมาลัยที่สลับซับซ้อน
  • อาหาร: เช้า / กลางวัน / เย็น
  • ที่พัก: Grand Nubra Valley Resort / Nubra Eco Village ระดับ 3 ดาว หรือเทียบเท่า

วันที่ 5: นูบรา วัลเลย์ - ไปนั่งนับดาว ทะเลสาบแปงกอง (Pangong Lake)

  • เช้า: เดินทางสู่ ทะเลสาบแปงกอง (Pangong Lake) ผ่านเส้นทางหุบเขาสลับซับซ้อนและแม่น้ำ Shayok (ใช้ระยะทางประมาณ 180 กม.)
  • บ่าย: ทะเลสาบแปงกอง (Pangong Tso) [เข้าชม/แวะถ่ายรูป] ตื่นตากับความมหัศจรรย์ของทะเลสาบน้ำเค็มที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในโลก (4,225 เมตร) มีอาณาบริเวณกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา เป็นพรมแดนธรรมชาติระหว่างอินเดียและจีน สีของน้ำทะเลสาบจะเปลี่ยนไปตามแสงแดดที่ตกกระทบ
  • อาหาร: เช้า / กลางวัน (ร้านอาหารระหว่างทาง) / เย็น
  • ที่พัก: Misty Hills Cabins / Pangong Sama Resort ระดับ 3 ดาว หรือเทียบเท่า

วันที่ 6: แปงกอง - ชาง ลา พาส - วัดธิกเซย์ - พระราชวังเชย์ - วัดเฮมิส - เลห์

  • เช้า: ชาง ลา พาส (Chang La Pass) [แวะถ่ายรูป] เดินทางกลับเลห์ผ่านเส้นทางถนนที่สูงเป็นอันดับสองของโลก (4,350 เมตร) ท่ามกลางภูเขาหิมะสูงชัน
  • บ่าย: พระราชวังเชย์ (Shey Palace) [เข้าชม] อดีตพระราชวังฤดูร้อนของกษัตริย์ลาดักห์ ภายในมีพระพุทธรูปศากยมุนีที่ฉาบด้วยทองคำและทองแดง
  • วัดธิกเซย์ (Thiksey Monastery) [เข้าชม] วัดนิกายหมวกเหลืองที่ตั้งตระหง่านบนยอดเขาสูง 12 ชั้น ภายในประดิษฐานพระศรีอริยเมตไตรยสูง 15 เมตร (ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้)
  • วัดเฮมิส (Hemis Monastery) [เข้าชม] อารามพุทธนิกายหมวกแดงอายุ 450 ปีที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาลึก เป็นวัดที่ใหญ่และร่ำรวยที่สุดในลาดักห์
  • อาหาร: เช้า / กลางวัน / เย็น
  • ที่พัก: Hotel Yak Tail / Northern Singge / The Leh ระดับ 3 ดาว หรือเทียบเท่า

วันที่ 7: สนามบิน เลห์ - ต่อเครื่อง สนามบินเดลี - กรุงเทพฯ (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ)

  • หลังอาหารเช้า เดินทางสู่ สนามบินคูโชก บากูลา ริมโปเช (IXL)
  • 09.35 น. ออกเดินทางสู่สนามบินเดลี โดยสายการบิน Air India เที่ยวบินที่ AI446
  • 10.55 น. เดินทางถึงสนามบินเดลี นำท่านผ่านขั้นตอนการตรวจคนออกเมืองเพื่อรอต่อเครื่อง
  • 14.30 น. ออกเดินทางกลับประเทศไทย โดยสายการบิน Air India เที่ยวบินที่ AI2304
  • 20.25 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ (BKK) กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ
  • อาหาร: เช้า / - / -

ดูโปรแกรมทัวร์ และรายละเอียดแบบเต็มเพิ่มเติม คลิ๊กปุ่มด้านล่างนี้ได้เลยครับ (Update 29.05.2026)


ไฮไลต์การเดินทาง & รีวิวจุดเด่น (Highlights)

[Acclimatization & Leh Main Market - การปรับตัวบนดินแดนหลังคาโลก]

การเดินทางสู่ความสูงกว่า 3,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลของเมืองเลห์ (Leh) สิ่งสำคัญที่สุดคือการปรับสภาพร่างกายให้เข้ากับออกซิเจนที่เบาบางครับ โปรแกรมนี้ในวันแรกของการเดินทางจึงเน้นพักผ่อน

  • จุดเด่น: โรงแรมจะมีเครื่องดื่มสมุนไพรอุ่นๆ สูตรเฉพาะของชาวลาดักที่จะช่วยปรับอุณหภูมิร่างกาย และการนอนพักในท่านอนราบ ณ โรงแรมมาตรฐานของเมือง ช่วงบ่าย ๆ เย็น ๆ ของทริปจะมีพาไปเดินเล่นเบา ๆ กันที่ตลาดพื้นเมืองเลห์ (Leh Main Market) ครับ
  • Tips: ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก แนะนำให้ลดการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว การออกกำลังกายหนัก หรือเครื่องดื่มคาเฟอีน การจิบน้ำอุ่นบ่อยๆ จะช่วยให้ร่างกายเราปรับตัวได้ดีขึ้นและไม่มีอาการแพ้ความสูงครับ

[High-Altitude Passes - สองเส้นทางรถวิ่งที่สูงที่สุดในโลก]

ความท้าทายในลาดักก็คือ การเดินทางผ่านถนนที่รถยนต์สามารถเข้าถึงได้สูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ทั้งช่องเขา คาร์ดุง ลา พาส (Khardung La Pass) และช่องเขา ชาง ลา (Chang La Pass) ท่ามกลางเทือกเขาหิมาลัยและคาราโครัม

  • จุดเด่น: อยู่บนความสูงถึง 5,602 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลที่คาร์ดุงลา สัมผัสไอเย็นของหิมะที่ปกคลุมแนวเขาตลอดปี และชมวิวยอดชางลาที่สูงถึง 5,391 เมตร ครับ
  • Tips: อากาศบนยอดช่องเขาจะค่อนข้างบางเบาและหนาวมาก ทริปนี้จะมีบริการออกซิเจนกระป๋องในรถคอยอำนวยความสะดวก และแนะนำให้ใส่เสื้อผ้ากันหนาวที่กันลมได้ดี (Windbreaker) เพื่อความอบอุ่นครับ

[Pangong Lake Star Gazing - เสน่ห์ทะเลสาบเปลี่ยนสีและทะเลดาวริมฝั่งน้ำ]

ทะเลสาบแปงกอง (Pangong Lake) อยู่ท่ามกลางหุบเขา Changthang ครับ เป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่อยู่สูงที่สุดในโลก (4,225 เมตร) มีความยาวกว่า 130 กิโลเมตร ทอดยาวผ่านพรมแดนธรรมชาติอินเดียและทิเบต-จีน

  • จุดเด่น: สีของน้ำในทะเลสาบจะเปลี่ยนไปตามมุมแสงแดดได้ถึง 4-5 สีต่อวัน และช่วงกลางคืน ในวันที่ฟ้าโปร่ง จะเป็นจุดนับดาวและถ่ายภาพทางช้างเผือก (Milky Way) ที่สวยงามติดอันดับโลกครับ
  • Tips: อากาศช่วงกลางคืนจะหนาวเย็นมาก แนะนำให้เตรียมเสื้อโค้ตหนาและถุงมืออุ่นๆ สำหรับการเดินเล่นดูดาวนะครับ

[Nubra Valley & Bactrian Camels - ท่องซาฟารีกลางเนินทรายหิมะแห่งนูบร้า]

นูบร้าวัลเลย์ (Nubra Valley) เป็นหมู่บ้านที่มีธรรมชาติดูย้อนแย้งอย่างน่าทึ่งครับ เพราะมีเนินทรายสีขาว อยู่ท่ามกลางยอดเขาหิมะริมฝั่งแม่น้ำไชยอก (Shayok River)

  • จุดเด่น: ที่นี่จะมีกิจกรรมขี่อูฐสองโหนกสายพันธุ์บัคเตรียน (Bactrian Camel) เดินไปตามเนินทราย ฮุนเดอร์ แซนด์ ดูนส์ (Hunder Sand Dunes) สะท้อนประวัติศาสตร์เส้นทางสายไหมโบราณได้อย่างสง่างามครับ
  • Tips: การขี่อูฐที่เนินทรายจะใช้เวลาประมาณ 40 นาที แนะนำให้เตรียมหมวกปีกกว้าง ผ้าคลุมไหล่ และแว่นตากันแดด ให้พร้อมนะครับ

[Little Potala & Ancient Murals - ศรัทธาและความเจริญของพุทธศิลป์หิมาลัย]

จิตวิญญาณแห่งความเป็นลาดัก และความศรัทธาของชาวทิเบตน้อย คือ อารามทิคเซ่ (Thiksey Monastery) และความเก่าแก่ของ วัดอัลชิ (Alchi Monastery) ครับ

  • จุดเด่น: อารามทิคเซ่จะมีสถาปัตยกรรมลดหลั่นตามไหล่เขา 12 ชั้นที่สวยงามคล้ายพระราชวังโปตาลาครับ และสักการะองค์พระศรีอริยเมตไตรยที่สวยที่สุดในลาดัก สูงถึง 15 เมตร และเดินทางไปชมภาพวาดปูนเปียก / โบราณวัตถุที่มีอายุเก่าแก่กว่าพันปี ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี ณ วัดอัลชิครับ
  • Tips: อารามส่วนใหญ่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และมีระเบียบวินัยที่เคร่งครัด แนะนำให้เราเดินชมอย่างสงบ แต่งกายสุภาพ งดการถ่ายภาพภายในโบสถ์ที่มีการจำกัดไว้ครับ
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy