Summary & Route Overview: ทัวร์เลห์ ลาดักห์ - Nubra Valley & Turtuk Village - 8 วัน
ไฮไลต์และภาพรวมเส้นทาง
เปิดประสบการณ์สู่ดินแดนทิเบตน้อยแห่งอินเดียในทริปเจาะลึก เลห์ ลาดักห์ ครับ เริ่มต้นด้วยการพักผ่อนปรับสภาพร่างกายอย่างผ่อนคลายในวันแรก ก่อนจะพาทุกท่านเดินทางผ่าน คาร์ดุง ลา พาส (Khardung La Pass) เส้นทางรถวิ่งที่สูงที่สุดในโลก สู่หุบเขานูบร้าเพื่อชมความมหัศจรรย์ของเนินทรายสีขาวฮุนเดอร์ และเยือนหมู่บ้านเหนือสุดของประเทศอย่างหมู่บ้านเตอเต็กท่ามกลางอ้อมกอดของเทือกเขาหิมาลัยครับ
ไฮไลต์สุดพิเศษคือการเดินทางสู่ ทะเลสาบแปงกอง (Pangong Lake) ทะเลสาบน้ำเค็มที่อยู่สูงที่สุดในโลก เพื่อชมน้ำสีฟ้าเทอร์ควอยซ์สลับกับน้ำเงินคราม พร้อมเที่ยวพิกัด Unseen อย่างเนินเขาพิศวง แมกเนติก ฮิลล์ และเข้าชมความประณีตของอารามทิคเซ่ที่ได้รับการขนานนามว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งในลาดักห์ครับ
[Internal Flight]: พร้อมบินภายใน 2 เที่ยว (จาก เดลี ไป เลห์ / จาก เลห์ ไป เดลี)
[เส้นทาง]: กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) - เดลี (แวะพัก/บินภายใน) - เลห์ - วัดอัลชิ - นูบร้า วัลเลย์ - หมู่บ้านเตอเต็ก - ทะเลสาบแปงกอง - เลห์ - เดลี (บินภายใน/แวะพัก) - กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ)
ดูโปรแกรมทัวร์ และรายละเอียดแบบเต็มเพิ่มเติม คลิ๊กปุ่มด้านล่างนี้ได้เลยครับ (Update 18.05.2026)
อัตราค่าบริการ & Itinerary
[กำหนดการเดินทาง / Travel Periods 2569]
เดือน สิงหาคม 2569: 06 - 13 ส.ค. 69
เดือน กันยายน 2569: 03 - 10 ก.ย. 69
| วันเดินทาง | ราคาทัวร์ ผู้ใหญ่ / เด็ก พักห้องละ 2-3 ท่าน อัตราท่านละ | ราคาพักเดี่ยว (ชำระเพิ่ม) |
|---|
| 06 - 13 สิงหาคม 2569 | 39,900 บาท | 8,900 บาท |
| 03 - 10 กันยายน 2569 | 39,900 บาท | 8,900 บาท |
*ราคาทัวร์ ยังไม่รวม ค่าทิปคนขับรถ ไกด์ท้องถิ่น และหัวหน้าทัวร์ 1,500 บาท/ท่าน*
สรุปรายการอาหาร & โรงแรมที่พัก
| วันที่ | เช้า | กลางวัน | เย็น | โรงแรมที่พัก (Hotel) / เที่ยวบิน | ช้อปปิ้ง |
|---|
| 1 | - | - | [เที่ยวบิน] | - นัดพบ สุวรรณภูมิ 19.25 น.
- บินออก 22.25 น.
- ถึง เมืองเลห์ 08.15 น. (Day 2)
| - |
| 2 | [เที่ยวบิน] | ทานกับทัวร์ | ทานกับทัวร์ | - Shanti Nest Leh ⭐⭐⭐
- Hotel Ladakh Himalayan Retreat ⭐⭐⭐⭐
- หรือเทียบเท่า
| - |
| 3 | ทานกับทัวร์ | ทานกับทัวร์ | ทานกับทัวร์ | - Shanti Nest Leh ⭐⭐⭐
- Hotel Ladakh Himalayan Retreat ⭐⭐⭐⭐
- หรือเทียบเท่า
| - |
| 4 | ทานกับทัวร์ | ทานกับทัวร์ | ทานกับทัวร์ | - Summer Castle Camp
- Hotel Lhas-Thang Nubra
- หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐
| - |
| 5 | ทานกับทัวร์ | ทานกับทัวร์ | ทานกับทัวร์ | - Summer Castle Camp
- Hotel Lhas-Thang Nubra
- หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐
| - |
| 6 | ทานกับทัวร์ | ทานกับทัวร์ | ทานกับทัวร์ | - Royal Rebo Resort
- Pangong Vista Resort
- LG Resort Pangong
- หรือเทียบเท่า ⭐⭐⭐
| - |
| 7 | ทานกับทัวร์ | ทานกับทัวร์ | ทานกับทัวร์ | - Hotel Kesar Palace ⭐⭐⭐
- The Lakrook Boutique Stay ⭐⭐⭐⭐
- หรือเทียบเท่า
| ตลาดท้องถิ่นเมืองเลห์ (Leh Market) |
| 8 | ทานกับทัวร์ | [เที่ยวบิน] | [เที่ยวบิน] | - บินออก สนามบินเมืองเลห์ 10.00 น.
- ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ 20.25 น.
| - |
ตารางการเดินทางรายวัน (Daily Itinerary)
วันที่ 1: กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ) - เดลี
- 19.25 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 เคาน์เตอร์สายการบิน Air India (AI)
- 22.25 น. ออกเดินทางสู่เดลี โดยเที่ยวบินที่ AI 2303 (มีบริการอาหารบนเครื่อง)
วันที่ 2: เดลี - เลห์ - พักผ่อนปรับสภาพร่างกาย
- 01.35 น. เดินทางถึง สนามบินอินทิราคานธี (DEL) เพื่อรอเปลี่ยนเครื่อง
- 06.40 น. ออกเดินทางสู่เลห์ โดยเที่ยวบินที่ AI 2463
- 08.15 น. ถึง สนามบิน Kushok Bakula Rimpochee (IXL) เมืองเลห์ ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง
- นำท่านเข้าพักและ พักผ่อนเพื่อปรับสภาพร่างกาย (Acclimatization) [พักผ่อน] ให้ร่างกายคุ้นเคยกับระดับความสูงและความเบาบางของอากาศ พร้อมบริการ Welcome Drink
- อาหาร: - / กลางวัน / ค่ำ (ที่โรงแรม)
- ที่พัก: Shanti Nest Leh ระดับ 3 ดาว / Hotel Ladakh Himalayan Retreat ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า
วันที่ 3: เลห์ - วัดอัลชิ - แมกเนติก ฮิลล์ - จุดตัดแม่น้ำสินธุและแม่น้ำซันสการ์ - พระราชวังเลห์ - เจดีย์สันติภาพ
- เช้า: วัดอัลชิ (Alchi Monastery) [เข้าชม] ชมพุทธศิลป์ภาพวาดจิตรกรรมฝาผนังอายุกว่า 1,000 ปีที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี
- แมกเนติก ฮิลล์ (Magnetic Hill / Gravity Hill) [แวะถ่ายรูป] เนินเขาพิศวงที่สร้างภาพลวงตาให้รถไหลขึ้นภูเขาได้เองเมื่อดับเครื่องและเกียร์ว่าง
- จุดตัดแม่น้ำสินธุและแม่น้ำซันสการ์ (Confluence of the Zanskar and Indus River) [แวะถ่ายรูป] ชมความสวยงามของแม่น้ำสองสีที่ไหลมาบรรจบกันท่ามกลางหุบเขา
- บ่าย: พระราชวังเลห์ (Leh Palace) [เข้าชม] อดีตที่ประทับของราชวงศ์แห่งลาดักห์ สถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากพระราชวังโปตาลาในทิเบต อายุกว่า 500 ปี
- เจดีย์สันติภาพ (Shanti Stupa) [เข้าชม] เจดีย์สีขาวบนยอดเนินเขาที่สร้างขึ้นโดยชาวญี่ปุ่น เป็นจุดชมวิวเมืองเลห์ในมุมสูงที่สวยงามที่สุด
- อาหาร: เช้า / กลางวัน / ค่ำ
- ที่พัก: Shanti Nest Leh ระดับ 3 ดาว / Hotel Ladakh Himalayan Retreat ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า
วันที่ 4: เลห์ - คาร์ดุง ลา พาส - นูบร้า วัลเลย์ - วัดดิสกิต - เนินทรายสีขาวฮุนเดอร์
- เช้า: ออกเดินทางสู่หุบเขานูบร้า ผ่าน คาร์ดุง ลา พาส (Khardung La Pass) [ผ่านชม/แวะถ่ายรูป] ถนนที่รถวิ่งผ่านได้สูงที่สุดในโลก (5,602 เมตร) ชมทัศนียภาพเทือกเขาหิมะสุดอลังการ
- บ่าย: วัดดิสกิต (Diskit Monastery) [เข้าชม] อารามที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองนูบร้า สักการะพระพุทธศรีอริยเมตไตรยองค์ใหญ่ที่สุดในลาดักห์
- เนินทรายสีขาวฮุนเดอร์ (Hundar Sand Dunes) [เข้าชม] ทะเลทรายสีขาวท่ามกลางหุบเขา ท่านสามารถเลือกซื้อกิจกรรม ขี่อูฐสองหนอก (Bactrian Camel) [กิจกรรมอิสระ] ซึ่งพบได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น
- อาหาร: เช้า / กลางวัน / ค่ำ
- ที่พัก: Summer Castle Camp / Hotel Lhas-Thang Nubra ระดับ 3 ดาว หรือเทียบเท่า
วันที่ 5: นูบร้า วัลเลย์ - หมู่บ้านเตอเต็ก - นูบร้า วัลเลย์
- เช้า: หมู่บ้านเตอเต็ก (Turtuk Village) [เข้าชม] เดินทางสู่หมู่บ้านเหนือสุดของอินเดียริมแม่น้ำ Shayok โอบล้อมด้วยเทือกเขาคาราโครัม สัมผัสวัฒนธรรมชนเผ่าบัลติ (Balti) และชมบ้านเรือนหินที่มีงานไม้แกะสลักอย่างประณีต
- บ่าย: เดินทางกลับสู่ที่พักในหุบเขานูบร้า
- อาหาร: เช้า / กลางวัน / ค่ำ
- ที่พัก: Summer Castle Camp / Hotel Lhas-Thang Nubra ระดับ 3 ดาว หรือเทียบเท่า
วันที่ 6: นูบร้า วัลเลย์ - ทะเลสาบแปงกอง
- เช้า: เดินทางสู่ภูมิภาค Changthang ข้ามผ่านแม่น้ำ Shayok ชมทัศนียภาพสัตว์ป่านานาชนิด เช่น ล่อป่า ม้า และจามรี
- บ่าย: ทะเลสาบแปงกอง (Pangong Lake) [เข้าชม] ทะเลสาบน้ำเค็มที่อยู่สูงที่สุดในโลก (4,225 เมตร) พื้นที่ 70% อยู่ในฝั่งทิเบต ชมความงามของผืนน้ำที่เปลี่ยนสีได้ตลอดวันตามมุมของแสงอาทิตย์
- อาหาร: เช้า / กลางวัน / ค่ำ
- ที่พัก: Royal Rebo Resort / Pangong Vista Resort / LG Resort Pangong ระดับ 3 ดาว หรือเทียบเท่า
วันที่ 7: ทะเลสาบแปงกอง - ช่องเขาชางลา - เลห์ - พระราชวังเชย์ - อารามทิคเซ่ - ตลาดเลห์
- เช้า: เดินทางกลับเลห์ ข้าม ช่องเขาชางลา (Chang La Pass) [ผ่านชม/แวะถ่ายรูป] ช่องเขาสูงอันดับสามของโลก (5,391 เมตร)
- บ่าย: พระราชวังเชย์ (Shey Palace) [เข้าชม] อดีตพระราชวังฤดูร้อนของกษัตริย์ลาดักห์
- อารามทิคเซ่ (Thiksey Monastery) [เข้าชม] อารามพุทธที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง ประดิษฐานพระศรีอริยเมตไตรยที่งดงามที่สุดในภูมิภาค
- ตลาดเลห์ (Leh Market) [เดินชม/อิสระช้อปปิ้ง] เลือกซื้อของฝากและสินค้าพื้นเมืองในบรรยากาศเมืองเก่า
- อาหาร: เช้า / กลางวัน / ค่ำ
- ที่พัก: The Lakrook Boutique Stay ระดับ 4 ดาว / Hotel Kesar Palace ระดับ 3 ดาว หรือเทียบเท่า
วันที่ 8: เลห์ - เดลี - กรุงเทพฯ
- หลังอาหารเช้า เดินทางสู่สนามบินเลห์
- 10.00 น. ออกเดินทางสู่เดลี โดยเที่ยวบินที่ AI 2455
- 11.40 น. ถึง สนามบินเดลี เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง
- 14.30 น. ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ AI 2304 (มีอาหารบริการบนเครื่อง)
- 20.25 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ
- อาหาร: เช้า / บนเครื่อง / -
ดูโปรแกรมทัวร์ และรายละเอียดแบบเต็มเพิ่มเติม คลิ๊กปุ่มด้านล่างนี้ได้เลยครับ (Update 18.05.2026)
ไฮไลต์การเดินทาง & รีวิวจุดเด่น (Highlights)
[High altitude Care - เดินทางอย่างมั่นใจกับการปรับสภาพร่างกายอย่างปลอดภัย]
ลาดักคือหลังคาโลกที่มีอุณหภูมิและปริมาณออกซิเจนที่เบาบางครับ หัวใจสำคัญของทริปคือความห่วงใยในความปลอดภัยของทุกคน วันแรกในเลห์จึงเป็นวันแห่งการพักผ่อน เพื่อให้ร่างกายค่อยๆ ปรับสภาพกับความสูง 3,500 เมตรได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุดครับ
- จุดเด่น: ได้รับการต้อนรับด้วยเครื่องดื่มสมุนไพรอุ่นๆ และจัดที่พักพรีเมียมระดับ 3-4 ดาวในตัวเมืองเลห์อย่าง Shanti Nest หรือ Hotel Ladakh Himalayan Retreat ที่เงียบสงบและสะอาดครับ
- Tips: ในช่วง 1-2 วันแรก พยายามเคลื่อนไหวร่างกายอย่างช้าๆ จิบน้ำเปล่าอุณหภูมิห้องบ่อยๆ และหลีกเลี่ยงน้ำอุ่นจัดหรือคาเฟอีน เพื่อให้การเดินทางเที่ยวชมเจดีย์สันติภาพ (Shanti Stupa) ในวันถัดไปร่างกายปรับตัวได้สบายและไม่มีอาการแพ้ที่ราบสูงครับ
[The Highest Passes - สัมผัสความยิ่งใหญ่ ณ คาร์ดุง ลา และชาง ลา]
การเดินทางข้ามช่องเขาของลาดักคือเส้นทางในฝันของนักผจญภัยทั่วโลกครับ โปรแกรมนี้เราจะได้พิชิตถนนเส้นทางรถวิ่งที่สูงที่สุดในโลกอย่าง คาร์ดุง ลา พาส (Khardung La Pass) ที่ระดับความสูง 5,602 เมตร และช่องเขา ชาง ลา (Chang La Pass) สูง 5,391 เมตร
- จุดเด่น: วิวกว้างไกลพาโนรามาของยอดเขาหิมะตัดกับขอบฟ้าของที่ราบสูงหิมาลัย เป็นภาพแห่งความทรงจำที่งดงามครับ
- Tips: บริเวณยอดเขาชางลาจะมีหิมะปกคลุมหนาแน่นเกือบตลอดทั้งปี การมีเสื้อกันหนาวขนเป็ดและถุงมือที่กันลมได้ดีจะช่วยให้เราลงไปถ่ายรูปคู่กับป้ายความสูงได้อย่างอบอุ่นครับ
[Nubra & Turtuk - ตะลุยทะเลทรายสีขาวและหมู่บ้านชายแดนเหนือสุดของอินเดีย]
หุบเขานูบร้า (Nubra Valley) ให้ภาพทิวทัศน์ที่แปลกตาด้วยการผสมระหว่างเทือกเขาสูง ทะเลทราย และสายน้ำอย่างน่าอัศจรรย์ ไฮไลต์เด็ดคือเนินทรายฮุนเดอร์ (Hunder Sand Dunes) และ หมู่บ้านตูรตุก (Turtuk Village)
- จุดเด่น: โอกาสในการท่องซาฟารีขี่อูฐสองหนอกสายพันธุ์บัคเตรียนที่มีเฉพาะที่นี่ และการเยือนหมู่บ้านตูรตุก ชุมชนชาว Balti ที่เดิมเป็นเขตการปกครองของปากีสถาน ชมสถาปัตยกรรมระเบียงไม้แกะสลักและรอยยิ้มที่เป็นมิตรท่ามกลางเทือกเขาคาราโครัมครับ
- Tips: หมู่บ้านตูรตุกเปิดรับนักท่องเที่ยวครั้งแรกในปี 2010 วัฒนธรรมของที่นี่จึงยังมีความบริสุทธิ์และเก่าแก่มาก แนะนำให้ลองชิมผลไม้สดอย่างแอปริคอทและลูกพีชที่ขึ้นชื่อของหมู่บ้านครับ
[Pangong Lake - ทะเลสาบเกลือเปลี่ยนเฉดสีที่สูงที่สุดในโลก]
ทะเลสาบแปงกอง (Pangong Lake) คืออัญมณีสีมรกตแห่งลาดักครับ ด้วยความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 4,225 เมตร และความยาวกว่า 130 กิโลเมตรที่ทอดยาวกึ่งกลางระหว่างพรมแดนอินเดียและทิเบต-จีน
- จุดเด่น: ภาพมหัศจรรย์ของน้ำในทะเลสาบที่สะท้อนแสงแดดเปลี่ยนสีได้ถึง 4-5 เฉดสีในหนึ่งวัน ตั้งแต่สีฟ้าเทอร์ควอยซ์ไปจนถึงสีครามเข้ม และบรรยากาศการเดินเล่นชิลๆ ริมทะเลสาบที่มีภูเขาหินสีน้ำตาลส้มล้อมรอบครับ
- Tips: กลางคืนริมทะเลสาบแปงกองใน Changthang จะมีความมืดสนิทและปราศจากมลภาวะทางแสง ทำให้เป็นจุดชมดวงดาวและทางช้างเผือก (Milky Way) ที่สวยงามและโรแมนติกที่สุดจุดหนึ่งของโลกเลยครับ
[Little Potala & Ancient Murals - สัมผัสศรัทธาอันยิ่งใหญ่ผ่านอารามพุทธทิเบต]
จิตวิญญาณและความงามของลาดักสะท้อนผ่านศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์ครับ ทั้งความเก่าแก่ของ วัดอัลชิ (Alchi Monastery) และความยิ่งใหญ่ของ อารามทิคเซ่ (Thiksey Monastery)
- จุดเด่น: ชมความวิจิตรของภาพวาดพุทธศิลป์อายุกว่าพันปีที่ยังคงความสมบูรณ์ในวัดอัลชิ และโครงสร้างอาคารอารามทิคเซ่ที่ไล่ระดับตามหน้าผาอย่างสวยงามคล้ายพระราชวังโปตาลาในลี่ซา ประดิษฐานพระศรีอริยเมตไตรยที่สวยที่สุดในลาดักครับ
- Tips: ในการชมภาพวาดโบราณที่วัดอัลชิ ควรปฏิบัติตามกฎและข้อบังคับเรื่องการงดใช้แฟลชของอารามอย่างเคร่งครัด เพื่อช่วยอนุรักษ์สีของภาพวาดที่มีอายุกว่าหนึ่งสหัสวรรษให้อยู่คู่กับหุบเขาแห่งศรัทธาไปอย่างยาวนานครับ